"เพื่อไทย" ชี้ 7 ปี รัฐบาล "ประยุทธ์" ทำอนาคตประเทศมืดมิด เรียกร้องรัฐปฏิบัติตามขั้นตอนในการควบคุมฝูงชน ย้ำอย่ามองประชาชนเป็นศัตรู วอนเจ้าหน้าที่ยืนข้างมวลชนและความถูกต้อง

11 สิงหาคม 2564 นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทย ต่อสถานการณ์การชุมนุม เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่า ในช่วง 7 ปีมานี้ เยาวชนคนหนุ่มสาวจำนวนมากต้องมาเสียโอกาสในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิตให้กับความล้มเหลว สิ้นหวัง มองไม่เห็นโอกาสและอนาคต โดยนับแต่การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันนี้ (11ส.ค.) โดยระบอบเผด็จการได้กัดกร่อนประเทศไปแล้วทุกด้าน ประชาธิปไตยถูกทำลาย สิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดอย่างร้ายแรง

 

ทั้งนี้ เกิดการใช้อำนาจรัฐคุกคามคนเห็นต่างอย่างกว้างขวาง และสร้างบรรยากาศแห่งความเกลียดชังระหว่างกัน แม้หลังการรัฐประหารจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 และจัดการเลือกตั้ง ก็ไม่ใช่หนทางการคืนประชาธิปไตยที่แท้จริง การเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงได้มาซึ่งรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ

 

"เพื่อไทย"สับ 7 ปีรัฐบาลประยุทธ์พาประเทศมืดมิด

นางสาวอรุณี กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดการระบาดของวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลที่ไร้ความสามารถ ดำเนินนโยบายผิดพลาด ล้มเหลว ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างหนัก การแพร่ระบาดรุนแรงและขยายวงกว้างจนไม่สามารถควบคุมได้ ประชาชนต้องติดเชื้อเจ็บป่วย และจำนวนมากต้องเสียชีวิต ซึ่งการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ยกระดับวิกฤตสุขภาพสู่วิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนต้องหยุดกิจการ หยุดงาน ตกงาน ขาดรายได้ อดอยาก ยากลำบากไปทั่วประเทศ ช่วงเวลา 7 ปี ภายใต้อำนาจเผด็จการ การรัฐประหาร และการสืบทอดอำนาจ ทำให้อนาคตประเทศมืดมิด

 

"ในวันนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศที่แท้จริง จึงพากันออกมาทวงถามหาโอกาสและอนาคตที่หายไป เพราะไม่อาจยอมให้อนาคตตัวเองมืดมิดไปพร้อมรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ และไม่อาจยอมรับการใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่หวังข่มขู่และปราบปรามประชาชนราวกับศัตรู" โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนของการควบคุมฝูงชนตามหลักสากล หยุดยืนข้างอำนาจรัฐที่ล้มเหลว หันมายืนข้างความถูกต้อง และแทนที่จะมีทัศนคติอันเป็นลบต่อผู้ชุมนุม ควรเห็นใจและเปิดใจรับฟังประชาชน และขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดช่องทางการพูดคุยกับเยาวชน หยุดมองคนรุ่นใหม่เป็นศัตรูแต่คือหนึ่งในอนาคตที่สำคัญของประเทศชาติ และให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเอง