ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยตะลุยซ้อมหนัก เตรียมพร้อมบุกกวาดเหรียญทองในศึกพาราลิมปิกเกมส์ "จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี" ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ติดตามการฝึกซ้อมใกล้ชิด มั่นใจหลายชนิดกีฬามีเซอร์ไพรส์ใหญ่กว่าที่บราซิล

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการแข่งขันพาราลิมปิก ที่กรุงโตเกียว ในครั้งนี้นักกีฬาพาราลิมปิกของไทยจะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 

เนื่องจากนักกีฬาจากทุกสมาคม ทั้งสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ได้เก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างยาวนาน แทบจะกล่าวได้ว่าต่อเนื่องมาตั้งแต่จบพาราลิมปิกครั้งที่แล้วที่บราซิล

มั่นใจทัพนักกีฬาคนพิการไทย สร้างชื่อใน "พาราลิมปิก โตเกียว 2020"

ประกอบกับความพร้อมทั้งในเรื่องของอุปกรณ์การซ้อมก็ดีขึ้น และการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยในการพัฒนาศักยภาพของตัวนักกีฬาเอง ทำให้นักกีฬาหลายๆคนทำผลงานได้ดี จะเห็นได้จากจำนวนนักกีฬาของเราที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเล่นในพาราลิมปิกที่โตเกียวมีจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 

เชื่อว่าเหล่านักกีฬาพาราลิมปิกของไทยจะสามารถสร้างผลงานที่ดีได้ และเป็นไปได้ว่าจะดีกว่าพาราลิมปิกครั้งที่ผ่านมาที่ประเทศบราซิล ซึ่งในครั้งนั้น เราทำได้ 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง พร้อมกับทำลายสถิติได้หลายรายการ

มั่นใจทัพนักกีฬาคนพิการไทย สร้างชื่อใน "พาราลิมปิก โตเกียว 2020"

“พาราลิมปิกครั้งนี้ ที่น่าสนใจคือ ไทยมีนักกีฬาดาวรุ่งหน้าใหม่ไปกันหลายชนิดกีฬา ซึ่งจากผลงานแข่งขันก่อนไปพาราลิมปิก และรายงานการฝึกซ้อมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก สภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ แต่โค้ชไม่ได้กดดันนักกีฬา มุ่งเน้นให้นักกีฬาทำผลงานให้เต็มที่ และสนุกกับการแข่งไม่กดดันตัวเองมากเกินไป" นายจุตินันท์กล่าว

 

นอกจากนั้นประธานพาราลิมปิกไทย กล่าวว่า พาราลิมปิกเกมส์ เป็นกีฬาระดับโลก เป็นเวทีแสดงความสามารถอันยอดเยี่ยมทางการกีฬาของผู้พิการ จึงนับเป็นพื้นที่สำหรับนักกีฬาคนพิการได้แสดงถึงศักยภาพที่มีอยู่ให้คนทั่วไปได้ประจักษ์ แน่นอนว่านักกีฬาทุกคนต้องการประสบความสำเร็จ แต่ที่สำคัญมากกว่าชัยชนะคือการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างการ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของความไม่ยอมแพ้เป็นพลังส่งต่อให้กับคนทั่วไปรวมถึงเหล่าผู้พิการทั้งหลาย

มั่นใจทัพนักกีฬาคนพิการไทย สร้างชื่อใน "พาราลิมปิก โตเกียว 2020"

การแข่งขันมหกรรมกีฬา พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม ถึง 5 กันยายน นี้  โดยมีนักกีฬาพาราไทยผ่านเข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 77 คน จาก 14 ชนิดกีฬา ดังนี้ เทควันโด, ยิงธนู, แบดมินตัน, วีลแชร์ฟันดาบ, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, กรีฑา (ลู่-ลาน,วีล์แชร์เรซซิ่ง), จักรยาน, ยิงปืน, วีลแชร์เทนนิส, บอคเซีย, ฟุตบอลตาบอด และยูโด ซึ่งถือเป็นการแข่งขันพาราลิมปิกที่มีนักกีฬาไทยผ่านเข้าไปร่วมแข่งขันจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ในการแข่งขัน พาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ทัพพาราลิมปิกไทย จบอันดับที่ 23 กวาดไป 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ทำลายสถิติเดิมในพาราลิมปิกที่นครซิดนีย์ เมื่อปี 2000 ซึ่งครั้งนั้นเคยทำได้มากที่สุด 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง โดยวีลแชร์เรซซิ่ง โกยเหรียญรางวัลได้มากที่สุด คือ 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง รองลงมาคือ บอคเซีย ได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และอีก 2 เหรียญทองแดง ส่วนยิงธนู คว้าได้ 1 เหรียญเงิน ด้าน วีลแชร์ฟันดาบกับเทเบิลเทนนิส  แม้จะพลาดเหรียญทอง แต่ก็ทำเหรีญทองแดงให้ทัพนักกีฬาพิการไทย

จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี