บ่ายวันนี้ก็จะมีการนัดรวมตัวชุมนุมที่เรียกกันว่า "ม็อบ 7 สิงหาฯ" ซึ่งได้ประกาศกร้าวจากระดับแกนนำกลุ่ม "จะนำมวลชนบุกวัง" หวังย้อนรอยเหมือน "วันเสียงปืนแตก"

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผลสะเทือนจากคำประกาศ "บุกวัง" และข้อเรียกร้อง "เกินเพดาน" รวมถึงการกำหนดวันชุมนุมตรงกับวันเสียงปืนแตกของพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2508 หรือเมื่อ 56 ปีก่อน ส่งผลกับม็อบ 2 ประการ คือ

 

1.ม็อบ 7 สิงหาฯ น่าจะเสียแนวร่วมค่อนข้างเยอะ เพราะไปเรียกร้องในประเด็นที่ไม่ใช่เป้าหมายเดียวกับทุกฝ่าย นั่นคือขับไล่รัฐบาล

 

2.คนไทยจำนวนไม่น้อยในสังคม น่าจะไม่ยอมรับแนวคิด หรือวาทกรรม "คอมมิวนิสต์" เพราะคำๆ นี้ ติดอยู่ในภาพจำของคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ว่าเป็นระบอบการปกครองที่เป็นปฏิปักษ์กับรูปแบบการปกครองแบบไทยๆ

 

ถอดรหัสม็อบ 7 สิงหาฯ ข้อเรียกร้องทะลุฟ้า..เพื่ออะไร?

 

 

คำถามที่หลายคนถามกัน คือ แกนนำม็อบก็รู้ว่า เคลื่อนไหวแล้วจะเกิดปัญหา 2 อย่างตามที่บอกมา หลายคนถึงกับมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวแบบ "ฆ่าตัวเอง" แล้วเหตุใดม็อบจึงยังเดินหน้า

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ประเมินไว้ดังนี้

 

1.มวลชน 7 สิงหาฯ น่าจะอยู่ในระดับ "หลักพัน" จากปัญหาข้อเรียกร้องที่เสียแนวร่วม และยังเป็นช่วงโควิดระบาดหนัก แต่ม็อบจะยั่วยุให้เกิดความรุนแรง และจะป่วนให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างภาพว่าฝ่ายรัฐทำให้เกิดความรุนแรง

 

2.แนวคิด "วันเสียงปืนแตก" ไม่ใช่การสู้แบบ "วันเดียวจบ" แต่เป็นการเปิดเกมยาว เพราะวันเสียงปืนแตก คือ "วันเริ่มรบ" เท่านั้น หลังจากนี้ม็อบจะทำสงครามยืดเยื้อ ปักหมุดระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงเดือนธันวาคม

 

3.สาเหตุที่เลือกเล่นเกมยืดเยื้อ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะคุมโควิดไม่อยู่ สถานการณ์โลกก็เริ่มชัดว่าไวรัสสายพันธุ์เดลต้า กำลังกลับมาระบาดอีกในหลายประเทศ ฉะนั้น จึงเป็นไปได้ยากที่รัฐบาล "เอาอยู่" และเปิดประเทศได้ภายใน 120 วันตามที่ประกาศ ฉะนั้นหลังจากนี้ คนเดือดร้อนจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นแนวร่วมของม็อบไปโดยปริยาย

 

ขณะเดียวกัน การที่กลุ่มสามนิ้ว สามารถจัดม็อบได้โดยไม่เกรงกลัวโรคระบาด แตกต่างจากคาร์ม็อบ ที่ทำแบบกลัวๆ กล้าๆ จะสร้างผลทางจิตวิทยาให้ประชาชนทั่วไปเบื่อรัฐบาลมากขึ้น เพราะมองว่ารัฐบาลจัดการม็อบไม่ได้ ชาวบ้านยิ่งเดือดร้อน สุดท้ายรัฐบาลจะถูกมองว่าไร้สมรรถภาพ เมื่อผสมกับความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการโควิด รัฐบาล "พลเอกประยุทธ์" ก็จะกลายเป็น "รัฐบาลล้มเหลว" หรือ failed government

 

4.ปัจจุบัน รัฐบาลยังหลงทาง ไปมุ่งแก้เฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งแก้อย่างไรก็เอาไม่อยู่ แต่รัฐบาล "ลืม" หรือ "ให้น้ำหนักน้อย" กับเรื่องผลกระทบต่างๆ ที่จะตามมา โดยเฉพาะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ซึ่งสภาพเศรษฐกิจและสังคมแบบที่ว่านี้ ในทางความมั่นคงถือเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อมากต่อการปลุกระดมมวลชนที่ไม่ได้มีข้างหรือฝั่งทางการเมือง เหมือนที่คอมมิวนิสต์ปลุกระดมชาวนา ตั้งกองทัพปลดแอก

 

และด้วยอารมณ์ของคนจากสภาพความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากโควิด กรณีสภาพในเมืองไทยไปถึงขั้นนั้น หรือถูกสร้างให้รู้สึกไปถึงขนาดนั้น พลังของมวลชนที่เดือดร้อนอาจทะลุข้ามไปเขย่าสถาบันหลักของชาติ ที่เหนือกว่ารัฐบาล wfh ตามความมุ่งหมาย "มาสเตอร์มายด์" ของม็อบ

 

ถอดรหัสม็อบ 7 สิงหาฯ ข้อเรียกร้องทะลุฟ้า..เพื่ออะไร?

 

นี่คือ "แผน" ที่ฝ่าย "มันสมองของม็อบ" คิดเอาไว้ ส่วนรัฐบาลจะเดินไปเข้าทางม็อบหรือไม่ ถือเป็นประเด็นน่าจับตา

ขณะที่ นักวิชาการ อย่าง ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร นักรัฐศาสตร์ชื่อดังจากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก สร้างความกระจ่างให้กับสังคมว่า การที่ม็อบเลือกนัดชุมนุมวันที่ 7 สิงหาคม เพราะตรงกับวันเสียงปืนแตกของพรรคคอมมิวนิสต์ หรือ เริ่มการต่อสู้ด้วยอาวุธ

 

ศ.ดร.ไชยันต์ ขยายความว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ม็อบต้องการวันนี้ ไม่ใช่มวลชนจำนวนมาก แต่ต้องการภาพว่าคนไทยหมดศรัทธาต่อสถาบันหลักของชาติแล้ว ถึงขั้นบุกวัง เป็นความต้องการสะท้อนให้ชาวโลกเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีอยู่แต่ในโซเชียลมีเดีย แต่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริง จากนั้นก็ใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพ พร้อมข้อกล่าวหาต่างๆ ต่อสถาบันหลักของชาติ เหมือนกับที่เคยเผยแพร่มาก่อนหน้า เพื่อให้ข้อกล่าวหานั้นดูมีน้ำหนักยิ่งขึ้น

 

ส่วนจุดมุ่งหมายนี้ของม็อบจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมทั้งท่าทีของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ