พิษณุโลก - ข่าวสะพัด อ้างชื่อผู้ใหญ่ในจังหวัดพิษณุโลก บังคับเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 3 ให้ ทั้งที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงของวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์รับฉีดวัคซีน หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่รับฉีดวัคซีนไวรัสโควิด-19 มีกลุ่มผู้สูงอายุมารับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าซึ่งเป็นเข็มแรก จำนวนหลายร้อยคน ซึ่งเป็นไปตามการจัดสรรจากส่วนกลาง

อ้างชื่อผู้ใหญ่-บังคับจนท.ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้

แต่ปรากฏว่ามีคนบางคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ หรือบุคลากรทางการแพทย์ ได้เข้ามาขอรับวัคซีนเข็มที่ 3 จากเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ตนเองไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับดูและรักษาผู้ป่วยโควิด หรือเป็นบุคลากรทางการแต่อย่างใด โดยอ้างถึงผู้หลักผู้ใหญ่ใน จ.พิษณุโลก บีบบังคับกับทางเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ จึงจำใจต้องยอมฉีดวัคซีนเข็มที่3 ให้ไป สร้างความอึดอัดเอือมระอากับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก

สำหรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 นั้น ทางกระทรวงสาธารณสุข กำหนดฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นด่านหน้า ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน -10 กรกฎาคม 2564 พบการติดเชื้อ 880 ราย เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ทั้งนี้ พบว่า 54% เป็นพยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาล รองลงมาเป็นวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้ป่วย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน อายุ 20-29 ปี รองลงมา 30-39 ปี การเสียชีวิตตั้งแต่ต้นประมาณ 7 ราย โดยจำนวน 7 รายนี้ มี 5 รายไม่ได้รับวัคซีน และมี 2 รายได้รับวัคซีน

ภาพ-ข่าวโดย มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี /พิษณุโลก

 

อ้างชื่อผู้ใหญ่-บังคับจนท.ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้

ทั้งนี้ จ.พิษณุโลกมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าน่าจะเกือบ 3,000 คน สำหรับ จ.พิษณุโลก ได้เริ่มฉีดเข็ม 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์ ไม่ถึง 500 คน เ แต่กลับมีบางคนที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิดแต่อย่างใด และอ้างผู้หลักผู้ใหญ่ภายใน จ.พิษณุโลก มาบีบบังคับเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนให้กับตัวเอง นอกจากนั้นยังจะพาคนอื่นที่ใกล้ชิดมาฉีดเพิ่มอีก ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังรอทางจังหวัดพิษณุโลกและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ว่าจะมีมาตรการแก้ไขอย่างไร