"หมอธีระ" แนะนำประชาชนให้เริ่มตุนเสบียงที่จำเป็น และระมัดระวังการใช้จ่าย-การลงทุน เหตุมาตรการที่ไทยใช้อยู่ยังไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ เผยข้อมูลล่าสุด ไทยมีผู้ป่วยวิกฤตรุนแรงเป็นเบอร์1ของอาเซียนแล้ว

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก โดยระบุข้อความดังนี้...

 

สถานการณ์ทั่วโลก 28 กรกฎาคม 2564...


สายๆ วันนี้จะทะลุ 196 ล้าน ในขณะที่ฝรั่งเศสมียอดรวมเกิน 6 ล้านไปเรียบร้อยแล้ว


เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 562,129 คน รวมแล้วตอนนี้ 195,921,795 คน ตายเพิ่มอีก 9,258 คน ยอดตายรวม 4,192,173 คน


5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินโดนีเซีย อินเดีย บราซิล และอิหร่าน

 

  • อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 52,111 คน รวม 35,342,750 คน ตายเพิ่ม 309 คน ยอดเสียชีวิตรวม 627,379 คน อัตราตาย 1.8% 
  • อินเดีย ติดเพิ่ม 42,928 คน รวม 31,483,411 คน ตายเพิ่ม 640 คน ยอดเสียชีวิตรวม 422,054 คน อัตราตาย 1.3% 
  • บราซิล ติดเพิ่ม 41,411 คน รวม 19,749,073 คน ตายเพิ่ม 1,320 คน ยอดเสียชีวิตรวม 551,906 คน อัตราตาย 2.8%
  • รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,032 คน รวม 6,172,812 คน ตายเพิ่ม 779 คน ยอดเสียชีวิตรวม 155,380 คน อัตราตาย 2.5% 
  • ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 26,871 คน ยอดรวม 6,026,115 คน ตายเพิ่ม 28 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,695 คน อัตราตาย 1.9%
  • อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น 
  • แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และยุโรปที่ยังคงรุนแรง 
  • ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง 
  • แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน 
  • แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ส่วนอิหร่านนั้นติดเพิ่มกว่า 34,000 คน และอิรักก็ติดเพิ่มหลักหมื่นมาแล้วเช่นกัน กำลังเผชิญระลอกสามที่หนักกว่าที่เคยมีการระบาดมา  
  • กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดน้อยกว่าสิบ

 

...สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา ตอนนี้มียอดติดเชื้อรวมอยู่ที่อันดับ 46 ของโลก อีก 2-3 วันจะแซงคาซักสถานขึ้นเป็นอันดับ 45 ได้


ไทยมีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติ มากเป็นอันดับที่ 7 ของโลก เป็นรองเพียงอินเดีย อเมริกา บราซิล โคลอมเบีย อิหร่าน และเม็กซิโก


แต่หากดูเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้...เราเป็นอันดับ 1...


หากประเมินสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ด้วยมาตรการที่ดำเนินการอยู่ สิ่งที่ควรเราควรเตรียมรับมือ มีดังนี้


หนึ่ง การติดเชื้อใหม่จะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทั้งนี้ต่างจังหวัดในเขตเมืองจะมีมากขึ้น 


สอง จังหวัด/เกาะ ที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น การระบาดจะเริ่มเห็นเพิ่มขึ้น แต่มีแนวโน้มจะชัดเจนมากช่วงปลายสิงหาคม โดยปัจจัยหลักเกิดจากกิจกรรมกิจการต่างๆ ที่มีมากขึ้นในพื้นที่ ทำให้พบปะกัน สัมผัสกัน สังสรรค์กัน กระตุ้นให้การติดเชื้อแฝงในชุมชนที่มีอยู่เดิมนั้นขยายวงขึ้นนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องป้องกันตัวให้เข้มแข็ง ปรับรูปแบบการดำเนินกิจการกิจกรรมต่างๆ ให้เน้นความปลอดภัย 


สาม ด้วยจำนวนติดเชื้อใหม่รายวันมีมาก ระบบการดูแลไม่ว่าจะที่บ้าน ที่พักคอย ที่รพ.สนาม หรือที่โรงพยาบาล ไม่มีทางเพียงพอ ดังนั้นบทบาทของชุมชนจึงมีความสำคัญอย่างมากที่จะประคับประคองดูแลคนในพื้นที่ ปัญหาการติดเชื้อภายในที่อยู่อาศัยจะยังมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเมินแล้วคาดว่า shortcut ที่จำเป็นต้องทำคือ การเปิดวัดและโรงเรียนเพื่อรับผ่องถ่ายจากบ้านมาอยู่ที่นี่แทน จึงจะมีโอกาสลดทอนการแพร่เชื้อภายในบ้านได้ โดยอาจต้องขอกำลังพระภิกษุและคุณครูมาเป็นผู้ช่วยดูแลกำกับหรือประสานงาน


สี่ เตรียมเสบียงและสิ่งของจำเป็นไว้ในบ้าน ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้านไว้สัก 2-4 สัปดาห์ ก็จะเป็นประโยชน์ยามฉุกเฉิน การทบทวนสิ่งสำคัญ ข้อมูลสำคัญส่วนตัว และบันทึกไว้ในที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย หากไม่สบายและมีข้อจำกัดในการดูแลรักษาตัว ก็จะสามารถส่งต่อให้กับสมาชิกในครอบครัวได้โดยไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วง


ห้า วางแผนการใช้จ่าย ระมัดระวังเรื่องการลงทุน หลีกเลี่ยงการกู้ยืมเงินโดยไม่จำเป็นจริงๆ และระวังมิจฉาชีพที่จะหลอกลวงด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการค้าขาย การโฆษณาเกินจริง การล่อด้วยกิเลสให้เข้าถึงการรักษา หยูกยา รวมถึงวัคซีนต่างๆ 
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก


ด้วยรักและห่วงใย