กระทรวงสาธารณสุข รายงานจำนวนผู้ป่วย-ผู้ติดเชื้อในชุมชนรายวัน พื้นที่กทม.และปริมณฑล ต่างจังหวัด และภาพรวมประเทศ ระลอกเมษายน 2564 ตั้งแต่ 1 เม.ย.-27 ก.ค.2564 พบกทม.และปริมณฑล ดีขึ้น แต่ต่างจังหวัด และภาพรวมประเทศ ยอดยังพุ่ง

วันที่ 27 กรกฎาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุข รายงานจำนวนผู้ป่วย-ผู้ติดเชื้อในชุมชนรายวัน พื้นที่กทม.และปริมณฑล ต่างจังหวัด และภาพรวมประเทศ ระลอกเมษายน 2564 ตั้งแต่ 1 เม.ย.-27 ก.ค.2564 ซึ่งเป็นสถานการณ์ประเทศไทย กำลังเผชิญการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 เริ่มเมื่อเดือนเมษายน กระจายออกไปครบทุกจังหวัด สถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยเจอมา 

 

สาเหตุหลักมาจากเชื้อที่กลายพันธุ์สามารถแพร่เชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม ส่วนวัคซีนป้องกันโควิด กลายเป็นของหายากสำหรับคนไทย

 

ต่อมารัฐบาล ได้มีการออกมาตรการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จะเห็นได้ชัดว่าการเริ่มต้นระบาดระลอก 3 เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวมไปถึงพื้นที่ต่างจังหวัด รัฐบาลเริ่มออกมาตรการให้ปิดสถานบันเทิง และสถานบริการประเภทผับบาร์ คาราโอเกะ และอาบอบนวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดไม่ดีขึ้น 

 

สำหรับรายงานจำนวนผู้ป่วย-ผู้ติดเชื้อในชุมชนรายวัน พื้นที่กทม.และปริมณฑล (สีน้ำเงิน) ต่างจังหวัด (สีเขียว) และภาพรวมประเทศ (สีแดง) 

 

กทม.ปริมณฑล5จังหวัดสัญญาณดีฉุดกราฟโควิดลงมาได้แล้ว

ช่วงวันที่ 17 เมษายน 2564 ยอดผู้ติดเชื้อสูงเกือบ 2,000 รายศบค.จึงออกมาตรการข้อกำหนดตามพรก.ฯ ฉบับที่ 20 เมื่อสถานการร์เริ่มทรงตัว ผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง จนกระทั่ง 23-25 เมษายน 2564 ยอดผู้ติดเชื้อสูงถึง 3,000 ราย ทำให้ต้องออกมาตรการควบคุมบูรณาการตามพรก.ฯ ฉบับที่ 22 

สถานการณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเริ่มทรงตัว ผู้ติดเชื้อไม่เกิน 2,000 ราย รัฐบาลได้ออกมาตรการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 23 มีผลตั้งแต่ 17 พฤษภาคม 2564  

จนกระทั่งวันที่ 20 มิถุนายน 2564 ยอดผู้ติดเชื้อสูง 4,000 ราย รัฐบาลยังออกมาตรการผ่อนคลายฯ เพิ่ม ตามพ.ร.ก.ฯ ฉบับที่ 24 

ยิ่งหลังจากที่มีการออกมาตรการผ่อนคลายฯ ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มกลับมาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ผู้ติดเชื้อในพื้นที่กทม.และปริมณฑล แตะ 4,000 ราย 

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 รัฐออกมาตรการข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 25  ทำให้ผู้ติดเชื้อพื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีจำนวนลดลง และกลับมาสูงอีกครั้งในวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 ยอดผู้ติดเชื้อเกือบ 6,000 ราย ในขณะที่ยอดรวมทั้งประเทศในขณะนั้นอยู่ที่เกือบ 10,000 ราย 

 

จำนวนผู้ติดเชื้อเดือนกรกฎาคม ในเขตพื้นที่กทม.และปริมณฑล เริ่มมีจำนวนที่ลดลงและทรงตัว แต่ตัวเลขยอดในพื้นที่ต่างจังหวัดและยอดรวมทั้งประเทศยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  รัฐบาลออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 (ฉบับที่ 27) ประกาศ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 

ข้อ 1 การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ 

ข้อ 2 การห้ามออกนอกเคหสถาน 

ข้อ 3 การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ 

ข้อ 4 บุคคลที่ได้รับยกเว้น ให้บุคคลตามกรณีดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถาน

ข้อ 5 การกำหนดกรณียกเว้นเพิ่มเติม

ข้อ 6 มาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง

 

และต่อมาได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 (ฉบับที่ 28) ที่ประกาศเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอีก 3 จังหวัด รวมเป็น 13 จังหวัด

พื้นที่ 13 จังหวัด ที่ถูกบังคับใช้มาตรการล่าสุดนี้ ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และจังหวัดที่เพิ่มมา ได้แก่ อยุธยา ชลบุรี และฉะเชิงเทรา 

รัฐจึงออกมาตรการฉบับที่ 27 และ 28 จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พื้นที่ต่างจังหวัดพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 8,345 ราย ขณะที่ยอดรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 13,866 

ขณะนี้จากสถานการณ์ทั้งหมด ที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ แต่ตัวเลขยังคงเพิ่มสูงขึ้น ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อทั้งประเทศล่าสุดวันที่ 27 ก.ค.2564 อยู่ที่ 14,150 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 526,828 ราย แม้ว่ากราฟนี้จะแสดงให้เห็นว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มต่ำลง แต่ผู้ติดเชื้อรวมที่ต่างจังหวัด และยอดติดเชื้อรวมทั้งประเทศยังเป็นแนวตั้ง ทำให้เราเห็นแนวทางว่า การคุมพื้นที่เมืองหลวง และปริมณฑล ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของประเทศได้ก็ตาม แต่ต่างจังหวัดและตัวเลขติดเชื้อทั้งประเทศยังท้าทายรัฐบาลจะจัดการกับไวรัสมรณะนี้ได้อย่างไร