นายณรงค์ สืบตระกูล รองอธิบดีกรมที่ดิน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมที่ดิน ให้ข้อมูลต่อกมธ.เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงโคกเขากระโดง ว่า ที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงโคกเขากระโคง ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 บ้านโคกเขา ตำบลเสม็ด อำเกอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินสาธารณประโยซน์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2474 เนื้อที่ประมาณ 6,400 ไร่ มีนายอำเภอเป็นผู้ประกาศหวงห้ามเพื่อเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์
ต่อมา ได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515 เนื้อที่ประมาณ 3,413 ไร่ โดยกระบวนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เป็นการออกก่อนที่จะมีบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ คือ เป็นการออกตามข้อสั่งการหรือหนังสือแจ้งเวียนของกรมที่ดิน โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่และอำนาจในการดูแลรักษาที่ดิน (ในที่นี้ คือ นายอำเภอ ยื่นคำขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน (ในที่นี้ คือ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์)
จากนั้น เมื่อได้รับคำขอเจ้าพนักงานที่ดินจะทำการรังวัด เมื่อรังวัดแล้วเสร็จ จะมีการประกาศว่าจะมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเป็นเวลา 30 วัน โดยปิดประกาศ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนัน และบริเวณที่ดินที่จะมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ซึ่งหากมีการคัดค้านเป็นหน้าที่ของผู้ขอรับหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงกับผู้คัดค้านจะตกลงกัน พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่มีหน้าที่สอบสวนกรณีดังกล่าว
อย่างไรก็ดี หากครบกำหนดแล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ให้ออกหนังสือสำคัญสำหรับนี่หลวงจำนวน 3 ฉบับ เพื่อเก็บไว้ที่สำนักงานที่ดินและกรมที่ดิน อย่างละ 1 ฉบับ และมอบให้ผู้ยื่นคำขอ 1 ฉบับ ซึ่งข้อเท็จจริง ปรากฏว่า กรณีนี้ไม่มีผู้ใดยื่นคัดค้าน จึงมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 4130/2515 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515
โดยบริเวณที่มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 4130/2515 มีการขอใช้ประโยชน์จากส่วนราชการ จำนวน 5 หน่วยงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์เนื้อที่ 429 ไร่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดตั้งศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ 400 ไร่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เนื้อที่ 460 ไร่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลอำเภอเมืองบุรีรัมย์เฉลิมพระเกียรติเนื้อที่ 245 ไร และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเพื่อจัดตั้งค่ายลูกเสือจังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ 82 ไร่ รวมเนื้อที่ในการขอใช้ประโยชน์ ทั้งสิ้น 1,666 ไร่ คงเหลือเนื้อที่ตามหลักฐาน 1,747 ไร่
ซึ่งการขอใช้ประโยชน์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554 ตามลำดับ ส่วนอีก 3 หน่วยงานอยู่ระหว่างดำเนินการขึ้นทะเบียน
อนึ่ง หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 4130/2515 ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 9 บ้านโดกเขา ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีมย์ อย่างไรก็ดี ตำบลอื่นก็ยังคงมีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงอื่นด้วย
ดังนั้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวเขตของหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 4130/2515 กรมที่ดินมีข้อแนะนำว่าควรทำการสอบเขตหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อจะได้เป็นที่ยุติว่า
แนวเขตที่ถูกต้องเป็นเช่นใด และถึงแม่ว่าหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงจะได้ออกไปแล้วก็ตาม แต่หากปรากฏหลักฐานว่าออกไปโดยมิชอบหรือไม่ถูกต้อง ก็สามารถเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงนั้นได้
ซึ่งตามระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการรังวัดสอบเขต ผู้มีหน้าที่และอำนาจในการดูแลรักษาที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงดังกล่าวต้องเป็นผู้ยื่นคำขอ อย่างไรก็ดี มักเกิดปัญหาจากการนำชี้ตามมา ดังนั้น เพื่อให้เกิดความขัดเจนและเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย จึงควรมีคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีการรังวัดตรจสอบแนวเขตหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 4130/2515
ดังนั้น แม้จะมีคำพิพากษาศาลฎีกา พิพากษาให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ชนะคดีตามที่มีการกล่าวอ้างก็ตาม แต่จำเป็นต้องยืนยันว่าพื้นที่ทับช้อนนั้นเป็นเนวเขตตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังหลักฐานที่ปรากฏ ณ ปัจจุบัน