ช่างตัดผมหนุ่มเมืองอุบลฯติดไวนิลประกาศหน้าร้าน ไม่ตัดผมให้ตำรวจสายตรวจ ระบุ เคยถูกกลั่นแกล้ง ยัดยาตอน ม.4 ทั้งที่ตนเองไม่เคยเห็นยาบ้ามาก่อน ส่วนตำรวจสายอื่นก็สามารถใช้บริการได้

26 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ คันปาก อุบลราชธานี  ได้มีการโพสต์ภาพร้านตัดแห่งในจังหวัดอุบลราชธานี ขึ้นป้ายไวนิลสีดำตัวหนังสือขาวข้อความระบุ “ไม่ตัดผมให้ตำรวจสายตรวจ” สร้างความสงสัยให้ประชาชนที่ผ่านไป ผ่านมาว่าเกิดความคับแค้นอะไรถึงต้องติดป้ายดังกล่าว  ขณะที่ชาวเน็ตในพื้นที่ต่างออกมาแสดงความเห็นออกเป็น 2 ฝ่ายมีทั้งชื่นชมและเห็นต่างการแสดงจุดยืนที่ชัดเจน

ช่างตัดผมเมืองอุบลฯติดประกาศหน้าร้าน ไม่ตัดผมให้ตำรวจสายตรวจ

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายภรันยู  (ขอสงวนนามสกุล)อายุ  24 ปี เจ้าของร้าน  เพื่อสอบถามที่มาของป้ายดังกล่าวว่ามีความเป็นมาอย่างไร  โดยนายภรันยู เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งกับตำรวจเริ่มมาจากหลายปีก่อน ตั้งแต่ตนเองเรียน ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี  ขณะที่ตนเองนั่งดื่มสุรากับเพื่อนอยู่ริมแม่น้ำมูล จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 2 นาย ซึ่งตนไม่ขอเปิดเผยว่าเป็น สภ.ไหน เข้ามาขอตรวจค้นตนเองก็ยินยอมให้ตรวจโดยดี  ตำรวจนายแรกได้ทำการค้นแต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด  เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจคนที่ 2 ขอค้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบยาบ้า 2 เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงของตน จึงได้ทำการจับกุมและนำตนไปโรงพักทั้งที่ตนเองไม่เคยเห็นยาบ้ามาก่อนว่าของจริงเป็นอย่างไร

ช่างตัดผมเมืองอุบลฯติดประกาศหน้าร้าน ไม่ตัดผมให้ตำรวจสายตรวจ
 

ต่อมาเมื่อประมาณกลางเดือน มิถุนายน 64 จำวันที่ไม่ได้ขณะที่ตนออกไปทานข้าวได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเรียกตรวจสารเสพติด   แต่ก็ไม่พบเมื่อยาเสพติดและไม่มียาเสพติดแต่อย่างใดตอนที่จะแยกย้าย  ตำรวจนายหนึ่งก็บอกว่าตนไม่สวมหมวกกันน็อคตนจึงบอกว่าเรื่องแค่นี้ อะลุ่มอล่วย  ให้หน่อยจากนั้นก็เขียนใบสั่งให้หลายข้อหา  บอกจะต้องเสียค่าปรับประมาณ 1,000 บาท ตนไม่ยอมเสียจึงได้ปล่อยให้ยึดรถไปพร้อมกับไปเสียค่าปรับ ที่โรงพัก 1,500 บาท  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ตนจึงรู้สึกว่าตำรวจสายตรวจกลั่นแกล้งและประพฤติไม่เหมาะสม  จึงได้ตัดสินใจขึ้นป้ายไม่ตัดผมให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ  แต่ถ้าเป็นตำรวจสายงานอื่นก็ยังให้บริการตามปกติ

ช่างตัดผมเมืองอุบลฯติดประกาศหน้าร้าน ไม่ตัดผมให้ตำรวจสายตรวจ

ที่ผ่านมาร้านตนมีลูกค้าที่เป็นตำรวจ เยอะพอสมควรแต่พอมีป้ายลูกค้าตำรวจก็หายไปเหลือแต่ลูกค้าประจำ ถามว่าตนกลัวเรื่องผลกระทบที่จะตามมาหรือไม่ ยอมรับว่ากลัวแต่ก็คิดว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิดแค่ไม่อยากตัดให้ตำรวจสายตรวจก็เลยขึ้นป้ายบอกตามความรู้สึก  ส่วนเหตุผลก็เป็นไปตามที่เล่าไปให้ฟังส่วนตำรวจที่มีพฤติกรรมดังกล่าวตนไม่ขอเอ่ยว่าเป็นตำรวจที่ไหนอย่างไร
 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดอุบลราชธานี  เองได้ให้ความเห็นว่าเรื่องราวที่เจ้าของร้านรายนี้ทำก็สามารถทำได้เป็นการแสดงความรู้สึกตามสิทธิ์ของประชาชนตามรัฐมนูญ  แต่ในเรื่องของข้อเท็จจจริงนั้นหากเป็นเรื่องจริงมีวิธีการที่จะสามารถดำเนินการได้หลายช่องทาง ทั้งการปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้วนำหลักฐานมาต่อสู้คดี  หรือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อขอความเป็นธรรม                                                                  

โดย - เกียรติรัตน์  ชัยสกุลวงรค์