วันนี้ (23 ก.ค.) แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วย โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทย ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ว่า ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 49 ของโลก เทียบกับ จำนวนประชากร 69 ล้านคน คิดเป็นตัวเลขทางระบาดวิทยา เทียบกับ 1,156 ราย ต่อประชากร 1 ล้านคน ถ้าเทียบกับประเทศมาเลเซียตัวเลขผู้ติดเชื้อประมาณ 2,500 ต่อประชากร 1 ล้านคน ซึ่งมีประชากรอยู่ประมาณ 32 ล้านคน ประเทศอังกฤษมีการรายงานผู้ติดเชื้อรวม 25,000 ราย เทียบกับประชากร 68 ล้านคน รายงานเป็น 4,700 ราย ต่อประชากร 1 ล้านคน โดยเฉพาะตัวเลขเสียชีวิต หากเทียบแต่ละประเทศ ประเทศไทย จะอยู่ที่อัตราการเสียชีวิตประมาณ 10 ต่อ 1 ล้าน ของประชากร
วันนี้ที่ประชุมได้สรุปย้ำเกี่ยวกับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งได้รับการบริจาคจากต่างประเทศ กระจายมุ่งเน้นไปที่ 1. กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นบูสเตอร์โดส หรือการกระตุ้น ภูมิคุ้มกัน 2. กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมทั้งหญิงมีครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป 3. กลุ่มชาวต่างชาติ เน้นผู้สูงวัยและ 7 กลุ่มโรค 4. กลุ่มคนไทยที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ได้แก่นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา และนักการทูต ซึ่งกลุ่มนี้สามารถติดต่อลงทะเบียน ฉีดวัคซีนที่ บางรัก และโรงพยาบาลบำราศนราดูร โดยกระทรวงการต่างประเทศกำลังสำรวจจำนวน และจะนำเรียนในรายละเอียดให้ทราบต่อไป
แพทย์หญิงอภิสมัย กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 14,575 ราย ติดเชื้อในประเทศ 13,490 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 13 ราย จากเรือนจำที่ต้องขัง 1,072 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 438,844 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 467,707 ราย หายป่วยแล้ว 7,775 ราย หายป่วยสะสม 292,726 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 114 คน เสียชีวิตสะสม 3,717 คนคิดเป็นร้อยละ 0.85% ผู้ป่วยรักษาอยู่ 143,744 ราย ในโรงพยาบาล 81,808 ราย โรงพยาบาลสนาม 61,936 ราย อาการหนัก 3,948 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 900 ราย ฉีดวัคซีนแล้ว 15,388,939 โดส เข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 266,314 ราย สะสม 11,805,180 ราย เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 37,929 ราย สะสม 3,583,759 ราย
ผู้ป่วยเสียชีวิต 114 ราย เพศชาย 61 ราย เพศหญิง 53 ราย ค่ากลางของอายุ 64 ปี (14-94 ปี) ชาวไทย 111 ราย เมียนมา 1 ราย กัมพูชา 1 ราย ปากีสถาน 1 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอายุ 14 ปี ผู้ป่วยติดเตียงโรคลมชัก ค่ากลางเวลาวัน ทราบผลติดเชื้อถึงเสียชีวิต 9 วัน นานสุด 38 วัน ทั้งนี้เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย พบเชื้อหลังเสียชีวิตที่จังหวัดสระบุรี 1 ราย ปทุมธานี 2 ราย เสียชีวิตที่ ER (ห้องฉุกเฉิน) และจากกู้ชีพนำส่ง ทั้งนี้เป็นกรุงเทพมหานคร 49 ราย ปทุมธานี 12 รายสมุทรปราการ 11 ราย สมุทรสาคร 6 ราย นครปฐม 1 ราย ยะลา 3 ราย นราธิวาส 1 ราย สงขลา 1 ราย สุราษฎร์ธานี 3 ราย ตรัง 1 ราย นครศรีธรรมราช 1 ราย ระนอง 1 ราย ร้อยเอ็ด 3 ราย เลย 2 ราย ชัยภูมิ 2 ราย ขอนแก่น 1 รายนครราชสีมา 1 ราย ศรีสะเกษ 1 ราย นครสวรรค์ 3 ราย พระนครศรีอยุธยา 3 ราย อ่างทอง 2 ราย อุตรดิตถ์ 1 ราย เพชรบุรี 1 ราย สระบุรี 1 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย ตราด 1 รายและสระแก้ว 1 ราย
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,575 ราย ต่างประเทศ 13 ราย กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 6,085 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 771 ราย จังหวัดอื่น 67 จังหวัด 6,634 ราย เรือนจำรัฐที่ต้องขัง 1,072 ราย