เด็ดขาดสั่งระเบิดเขื่อนเปลี่ยนทางน้ำ ไม่ให้น้ำลงไปเติมเหอหนาน
กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของมณฑลเหอหนานทางภาคกลางของจีน ที่สื่อทุกสำนักรายงานกันว่า “ฝนพันปี” ภาพความเสียหาย ภาพประชาชนดิ้นรนเอาตัวรอดออกจากรถไฟใต้ดินที่ถูกน้ำท่วม ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ อย่างน้อย 33 คน ประชาชนอีกกว่า 2 แสนคนต้องอพยพจากบ้านเรือน
อย่างไรก็ตาม เขื่อนกักเก็บน้ำแห่งหนึ่งใกล้เมืองลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนานที่ใกล้จะแตกเต็มที่ เพราะรองรับน้ำฝนจำนวนมาก เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ จนกระทั่ง ทางการจีน ต้องตัดสินใจ ทำลายเขื่อนกักเก็บน้ำแห่งนี้ทิ้งทันที เพื่อระบายมวลน้ำจำนวนมหาศาลออกและเพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำไม่ให้ไปซ้ำเติมน้ำท่วมเหอหนาน
โดยกองทัพจีน ดำเนินการระเบิดเขื่อน เพราะเพียงไม่นานหลังเกิดน้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ของมณฑลเหอหนาน โดยเฉพาะเมืองเจิ้งโจว เมืองเอกของมณฑล ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชาชนหลายคนต้องติดอยู่ในระบบรถไฟฟ้า อพาร์ตเมนต์ และอาคารสำนักงานต่างๆ ถนนหลายสายถูกตัดขาด และมีสิทธิ์ที่น้ำจากเขื่อนจะไปกระหน่ำซ้ำอีก นื่องจากสำนักอุตุนิยมวิทยาของจีนรายงานว่า นับตั้งแต่พฤหัสบดี (22 ก.ค.) จะมีฝนตกลงมาซ้ำเติมทั่วเหอหนานติดต่อไปอีก 3 วัน
ทั้งนี้ทางการท้องถิ่นจีนระบุว่า มีชาวเมืองกว่า 1.2 ล้านคน ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเมืองเจิ้งโจวและทั่วมณฑลเหอหนาน ประชาชนกว่า 2 แสนคน ต้องอพยพ จำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นชาวบ้านในเมืองเจิ้งโจว ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมีน้ำท่วมสูงถึงกว่า 1.5 เมตร มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 3 ล้านคน
ทุ่มทุกสรรพกำลังช่วยเหลือ
ด้าน สำนักข่าว เอพี รายงานว่า วัดเส้าหลิน (เส้าหลินซื่อ) ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านศิลปการป้องกันตัว ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเจิ้งโจว ก็ไม่รอดพ้นจากเหตุอุทกภัยนี้เช่นกัน แม้ทางการจีน ได้ระดมทีมกู้ภัยเกือบ 8,000 นาย ในการปฏิบัติการช่วยผู้ประสบภัยในเหอหนาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กำลังทหารจากศูนย์บัญชาการกลางกองทัพจีน ตำรวจและทหารกองหนุนกว่า 5,700 นาย เรือและยานพาหนะถึง 148 ลำ ทีมกู้ภัยรวม 1,800 นาย จากพื้นที่ 7 มณฑล เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในมณฑลเหอหนาน