แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีใช้ชุดตรวจ ATK หากได้ผลออกมาเป็นบวกหรือลบแล้วต้องทำอย่างไรต่อ โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบเชื้อ เบื้องต้นต้องแจ้งหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที เพื่อขอคำแนะนำการปฏิบัติตัวต่อไป

ภายหลังราชกิจนุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ประชาชนสามารถใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ได้เอง หลายคนอาจจะยังงงๆ มึนๆ ถ้ารู้ผลการทดสอบแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Positive หรือ Negative  ต้องทำอะไรต่อ

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า กรณีได้ผลเป็นบวก (Positive) อันดับแรกต้องแจ้งหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน และรับฟังคำแนะนำว่า ควรกักตัวที่บ้าน ทำ Home Isolation, Community Isolation หรือส่งตัวเข้าสถานพยาบาล

จากนั้น แยกกักตัวเองจากผู้อื่น เพื่อลดการแพร่เชื้อ โดยแยกห้องน้ำ ของใช้ส่วนตัว หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยงสวม mask ตลอดเวลา สังเกตอาการตัวเอง วัดอุณหภูมิเป็นประจำ ถ้าหายใจลำบากให้รีบติดต่อขอเข้ารักษาในสถานพยาบาล แจ้งคนใกล้ชิดให้รู้ว่ามีความเสี่ยงจากการสัมผัส และควรทดสอบการติดเชื้อต่อไป

 

กรณีได้ผลลบ (Negative) หากเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง เชื้ออาจอยู่ในระยะฟักตัว ควรแยกตัว และทดสอบซ้ำอีกครั้ง หลังจากผ่านไป 3-5 วัน

หากมีอาการของโควิด ควรใช้ชุดตรวจทดสอบช้ำทันที และถ้ามีประวัติเสี่ยง สัมผัส ควรแยกกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ข้อมูล การใช้ Rapid Antigen Test หรือมีการปรับชื่อเรียกภายหลังว่า Antigen Test Kit (ATK) เพื่อลดความสับสนคำว่า rapid ที่แปลว่าเร็ว ที่อาจจะทำให้คนเข้าใจผิดว่า เป็นการตรวจหาเชื้อได้เร็ว แต่ความจริง คือ เป็นการรู้ผลตรวจได้เร็ว

 

Rapid Antigen Test เทียบการตรวจโควิดแบบ RT PCR ไทยเตรียมอนุมัติให้ใช้ Antigen Test Kit ตรวจโควิดด้วยตนเอง การตรวจโดย ATK จะทำเหมือนการตรวจแบบ Real-time PCR (RT-PCR) ได้ เช่น การใช้ก้านตรวจแยงจมูกไปจนคอหอย หรือตรวจทางโพรงจมูก หรือตรวจทางน้ำลาย ขึ้นอยู่กับชุดตรวจระบุวิธีตรวจแบบไหน โดยการตรวจชนิดนี้เป็นการคัดกรองเบื้องต้น ดังนั้น ความจำเพาะและความไว อาจจะสู้แบบ RT-PCR ที่เป็นวิธีมาตรฐานไม่ได้

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ผลตรวจของ Antigen Test Kit หากพบผลเป็นบวกก็ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับการตรวจแบบ RT-PCR คือประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเชื้อยังน้อยอยู่ อาจจะยังไม่เจอ ดังนั้น เมื่อผู้ใดตรวจแล้วผลเป็นลบไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องดูแลตัวเอง จากนั้นอีก 3 ถึง 5 วันให้ทำการตรวจซ้ำอีกรอบ