พรรคร่วมรัฐบาลประสานเสียง ยังไม่ถึงเวลาถอนตัว เลือกตั้งใหม่- ยุบสภาฯ อาจจะไม่ใช่คำตอบ หวั่นซ้ำเติมสถานการณ์ “วราวุธ” ชี้ ประชากรจริงกับโลกออนไลน์ต่างกัน ด้าน “ปชป.” ติดตามสถานการณ์อยู่สุดท้ายต้องมีเหตุผลและอธิบายได้ ขณะที่ “ภท.” ยันไม่เพิกเฉยเสียงปชช.

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันนี้ (11ก.ค.64) ภายหลังโลกออนไลน์ ผุดแคมเปญ “พรรคร่วมถอนตัวเพื่อชาติ ” โดยให้ประชาชนเข้าไปลงชื่อให้พรรคร่วมถอนตัว ผ่านเว็บไซต์ Change​.org  เชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมส่งสารถึงพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย และพรรคอื่นๆ เพื่อให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถอนตัวจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยการถอนตัวจะทำให้ชื่อเสียงของบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล และประเทศไทยดีขึ้น

 

ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า มีหลายปัจจัยที่เราต้องคิดก่อนเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีมีที่เกิดขึ้นมากมาย การยืนยันตัวบนโลกออนไลน์  ไม่รู้ว่าเป็นใคร ที่ไหน และมีประมาณเท่าไหร่ อย่างล่าสุดที่มีการสำรวจปริมาณประชากรบนโลกออนไลน์กับปริมาณประชากรจริง ตัวอย่างประชากรจริง อายุ 18-25 ปี มีปริมาณ 10 ล้านคน แต่ในโลกออนไลน์ มีปริมาณ 30-40 ล้านคน วันนี้จะต้องมาพิจารณากันอย่างจริงจังก่อน การที่ตนออกมาพูดเช่นนี้จะต้องมีคนพูดว่าตนอย่างนั้นตนอย่างนี้ แต่ยืนยันว่าเราอยากได้ข้อมูลจริง

 

บนโลกออนไลน์เป็นการซ่อนบนหน้ากากโซเชียลมีเดีย หากวันนี้มีการถอนตัวของพรรคร่วมรัฐบาลออกไป ประชาชนคาดหวังอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ถ้าอยากให้เลือกตั้งใหม่ตอนนี้ จะต้องถามว่าหากมีการเลือกตั้ง การหาเสียงในสภาพที่ โควิด-19 ยังเป็นเช่นนี้อยู่เป็นสิ่งที่เราต้องการใช่หรือไม่ ถ้าหากต้องการก็ไม่เป็นไร ซึ่งการหาเสียง ส่วนตัวของตนนั้นต้องเดินทางไปหมดทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ แม้จะพรรคเป็นขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ในส่วนของพรรคขนาดใหญ่ผู้บริหารพรรคจะต้องเดินทางกันทั่วประเทศแน่นอน ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้สถานการณ์ โควิด-19 ดีขึ้น

ถามว่าสถานการณ์ในประเทศไทยแย่ไหม ต้องตอบว่าแย่ ไม่ได้ดีเลย ถามว่าสถานการณ์ในประเทศอื่นดีกว่าประเทศไทยหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าไม่ได้ดีกว่าประเทศไทย หลายคนออกมาบอกว่าประเทศนั้นดีอย่างนั้น ประเทศนี้ดีอย่างนี้ ตนดูในรายละเอียดประเทศอื่น มีข้อจำกัดเหมือนกันแต่หลายฝ่ายไม่ได้พูด ตนเชื่อว่าหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข นายกรัฐมนตรี ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ อาจจะไม่ทันใจหรือถูกใจหลายฝ่าย แต่ตนเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ มาถึงตรงนี้ ถึงแม้หลายคนจะยกเราอยู่ในลำดับการติดเชื้อต้นๆ ของโลก แต่ถ้ามองในมุมกลับกันตัวเลขดีๆ เราก็มีแม้จะยังไม่ได้อยู่ท็อปเท็นของโลก ดังนั้นตนเชื่อว่าการเรียกร้องให้พรรคนั้นพรรคนี้ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่ใช่คำตอบในสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19

 

อย่างไรก็ตามจะต้องมีการหารือกันในพรรคร่วมรัฐบาล ว่ามีแนวทางกันอย่างไร แต่ตามที่ตนได้เรียนการที่ประชาชนออกมาลงชื่อกัน หากเป็นเมื่อก่อนมีเสียงเรียกร้องออกมาเราจะเห็นตัวประชาชน เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่าในโลกออนไลน์การยืนยันตัวตนเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก ตนคิดว่าการจะเรียกร้องให้พรรคร่วมถอนตัว ต้องถามประชาชนก่อนว่า หากถอนตัวแล้วสิ่งที่จะให้เกิดขึ้นต่อไปคืออะไร จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เลือกตั้งใหม่ หรืออย่างไร หากให้เลือกตั้งใหม่ ตนคิดว่าจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โควิด-19 ให้หนักขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามไม่ใช่จุดยืนของพรรคเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของตนเท่านั้น

 

ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าวจะต้องมีการพูดคุยหารือกันในพรรค เรารู้ว่ามีการเรียกร้องมีคอมเมนท์เกิดขึ้น แต่จะต้องดำเนินการ พิจารณาด้วยความรอบคอบ ทั้งนี้เราติดตามสถานการณ์อยู่ แต่ในที่สุดต้องพูดคุยด้วยเหตุและผลและต้องมีคำอธิบายได้ทุกเรื่อง

ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่ามีอีกหลายอย่างที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยังไม่มีโอกาสได้ทำเต็มที่ หมายความว่า อำนาจเรายังไม่มีเต็ม หลายอย่างที่เราคิดว่าน่าจะเริ่มดี แนวทางที่เราอยากจะเห็นก่อนหน้านี้ก็เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม เช่น การแยกกักตัวที่บ้าน(Home Isolation) ซึ่งระยะเวลาจากวันนั้นถึงวันนี้วัคซีนจะทยอยเข้ามา ที่เข้ามาได้ตอนนี้ยังไม่เต็มที่ ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาสั่งช้า แต่เป็นเพราะยังไม่ถึงกำหนดส่ง ส่วนวัคซีนที่อยากได้ก็จะมีการส่งมอบในไตรมาสที่ 4 ดังนั้นเราจึงคิดว่ายังสามารถไปได้ ยืนยันว่ามีความพยายามในการหาวัคซีน และขณะนี้วัคซีนที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย น่าจะมากที่สุดอันดับต้นของโลก นอกจากนี้การที่มีหลายกลุ่มที่ยังไม่ฉีดวัคซีน และเราได้มีโอกาสเป็นกระบอกเสียง ช่วยให้เข้าถึงในสถานการณ์ที่วัคซีนมีจำกัด จึงคิดว่าสามารถทำงานได้ ส่วนการจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค แต่ด้วยความเป็นส.ส. เราจะทำเต็มที่เท่าที่ทำได้

 

ตนเข้าใจอารมณ์ของสังคมตอนนี้เป็นอย่างไร จากการที่ได้คุยกับทางพรรคเรา คิดว่ายังมีวิธีที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และยังหวังว่าสถานการณ์จะดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่มีความเห็นแตกต่างกันมากในสังคม ยืนยันว่าไม่เพิกเฉยต่อเสียงสะท้อนของประชาชนเมื่อเกิดขึ้นก็มีการนำไปหารือในพรรค คุยกับผู้บริหาร แต่การทำงานนั้นมีหลายมิติ

 

เมื่อถามว่า ในขณะนี้มองว่าถึงเวลาที่ต้องออกจากพรรคร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายสิริพงศ์  กล่าวว่า ส่วนตัวมองไม่ออกหากมีการเปลี่ยนขั้ว หรือเกิดการเลือกตั้งใหม่ จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้อย่างไร และคิดว่ายังไม่ใช่คำตอบ ทั้งที่ยังเป็นโจทก์เดิม คือมี ส.ว. 250 คน และตนมองว่ายิ่งจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ หรือหากกรณีนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯ นายกรัฐมนตรีก็จะต้องรักษาการณ์จนกว่าจะเลือกตั้งใหม่ แล้วมันมีอะไรที่เปลี่ยน ดังนั้นตนจึงคิดว่าเดทไลน์อาจจะเป็นการที่ไตรมาส4 เราจะได้เห็นวัคซีนที่มากขึ้น หรือการที่นายกรัฐมนตรีบอก 120 วันจะเปิดประเทศ ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นตนก็ไม่รู้