ครม. ไฟเขียว "แผนการส่งเสริมเอสเอ็มอี ฉบับโควิด-19" ปี 2564 2565 อุ้มผู้ประกอบการSME ฝ่าวิกฤต มุ่งบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูธุรกิจ 3 แนวทาง ช่วยเหลือด้านการเงิน สร้างความพร้อมในการแข่งขันและเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ

วันนี้ (29 มิ.ย.64) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2564 2565 เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศ แผนระยะสั้นเป็นกรณีพิเศษ มุ่งบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูธุรกิจ SME ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2563 ทำให้ขาดรายได้ ขาดสภาพคล่อง ประกอบด้วย 3 แนวทางพัฒนาสำคัญ ได้แก่

แนวทางที่ 1 บรรเทาปัญหาและฟื้นฟูธุรกิจ โดยเน้นการช่วยเหลือด้านการเงิน ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้แก่ 1.ส่งเสริมให้มีแหล่งเงินทุนสำหรับ SME ในกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก จัดให้มีกองทุนพิเศษให้สินเชื่อแก่ SME 2.สร้างโอกาสในการขายและขยายตลาด เช่น ขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริม SME เข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้เป็นรูปธรรม ส่งเสริม SME เข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาคธุรกิจ 3.เสริมสร้างความรู้และทักษะอาชีพให้กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เช่น เสริมสร้างทักษะเบื้องต้นในการประกอบธุรกิจและส่งเสริมการฝึกอาชีพ เสริมทักษะใหม่แก่แรงงานที่ได้รับผลกระทบที่ถูกลดระยะเวลาการทำงานและถูกเลิกจ้าง เป็นต้น

แนวทางที่ 2 สร้างความพร้อมให้ SME ในการเข้าสู่การแข่งขันในบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจ อาทิ ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรและธุรกิจ

แนวทางที่ 3 ปรับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เกิดความสะดวก แก่ SME อาทิ ปรับแก้กฎหมายและวิธีปฏิบัติให้เอื้อและลดอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เช่น ศึกษาทบทวนนโยบายด้านภาษี ให้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นการพัฒนา SME นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน พัฒนาฐานข้อมูล SME (SME Big Data) สำหรับใช้ในการกำหนดนโยบาย เช่น มีศูนย์กลางข้อมูล SME ที่ขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการหรือขอรับความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เชื่อมโยงข้อมูลด้าน SME ที่สำคัญของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นต้น