ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้พิจารณาอนุมัติงบประมาณเยียวยา ผู้ประกอบการ-แรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการฉบับที่ 25 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนใต้

วันนี้ (29 มิ.ย.64) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามมาตรการสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19

โดยวาระที่น่าสนใจวันนี้ จะมีการพิจารณาชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งฉบับที่ 25 ตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารสถานการณ์ราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี ส่วน 4 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ สงขลา ทั้งในกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบกิจการก่อสร้าง จ่ายชดเชยในเหตุสุดวิสัยให้กับลูกจ้าง 50 % ของฐานเงินเดือนหรือไม่สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท และเงินเพิ่มเติมให้กับลูกจ้างในระบบประกันสังคมอีก 2,000 บาทต่อราย จากสาเหตุเมื่อลูกจ้างได้รับผลกระทบจากการลดเงินเดือนหรือไม่ได้รับเงินเดือน สำหรับผู้ประกอบการหรือนายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อหัวของลูกจ้างในบริษัท สูงสุดไม่เกิน 200 คน ระยะเวลา 1 เดือน ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่อยู่นอกระบบประกันสังคม จะดูจากฐานข้อมูลของผู้ที่ลงทะเบียนระบบถุงเงิน ทั้งนี้กฎหมายกำหนดต้องสมทบเงินเข้าระบบประกันสังคมอย่างน้อย 6 เดือน ถึงจะได้รับการชดเชยตามเงื่อนไข

ส่วนผู้ประกอบการ ที่ไม่มีลูกจ้าง สามารถลงทะเบียนผ่านแอปถุงเงินได้ โดยให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปตรวจสอบ เป็นผู้ประกอบการหมวดอาหารและเครื่องเดื่ม คาดว่าจะใช้งบประมาณจากรัฐบาล 4,000 ล้านบาท และงบประมาณจากสำนักงานประกันสังคม 3,500 ล้านบาท

กระทรวงการคลัง จะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร มาตรการภาษีสนับสนุนการบริจาค เพื่อแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา สามารถยื่นคำขอรับหนังสือคนประจำเรือเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และทำงานกับนายจ้างในกิจการประมงทะเล ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ตามมติคณะรัฐมนตรี