ตำรวจนครบาลพหลโยธิน คุมตัว "กวิน" มือฆ่า 2 ศพทำแผนร้านสะดวกซื้อ ต่อหน้าภรรยาผู้ตาย พบพฤติกรรมสุดโหดเหี้ยม แถมกล่าวโทษคนชื่อ "ยงยุทธ" ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้

ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจ สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายกวิน แสงนิลกุล อายุ 23 ปี อดีตทหารเกณฑ์ ผู้ต้องหายิงพนักงานร้านสะดวกซื้อย่านลาดพร้าว และผู้ป่วยโควิดโรงพยาบาลสนามปทุมธานี เสียชีวิต 2 ศพ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

คดีนี้นายกวิน ถูกแจ้ง 2 ข้อหา ฐานฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง โดยจุดแรกควบคุมตัวนายกวิน ไปทำแผนที่โรงแรมการ์เด้น อินน์ ภายในซอยลาดพร้าว 25 ที่เจ้าตัวเปิดห้องเอาไว้ ก่อนไปร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย ที่นายรัฐวิทย์ สันติคุปตพงศ์ อายุ 32 ปี ผู้ตายทำงานอยู่ 

ตร.คุมหนุ่มคลั่งทำแผน อ้างถูกกดดันจนต้องก่อเหตุระบายแค้น



โดยมีการจำลองสถานการณ์ ระหว่างที่นายกวิน และผู้ตายมีปากเสียงกัน ก่อนจะกลับมาใช้ปืนยิงคู่กรณีถึง 6 นัด ซึ่งมีการทำแผนต่อหน้าภรรยาผู้ตาย ที่พยายามวิ่งเข้าไปทำร้ายนายกวิน แต่เพื่อนๆ ห้ามไว้ทัน ซิ่งนายกวิน พูดก่อนเดินออกจากร้านว่า "ผมขอโทษ ฝากถึงยงยุทธด้วย เขาทำให้ผมต้องเป็นแบบนี้"ขณะนี้ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี เตรียมเข้ามารับตัวนายกวิน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดีต่อเนื่องกัน ที่ใช้ปืนยิงนายสุขสันต์ เสาวพันธ์ อายุ 54 ปี ผู้ป่วยโควิด รักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม สถานบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด อ.ธัญบุรี เสียชีวิต และนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) พร้อมคัดค้านประกันตัว  

ตร.คุมหนุ่มคลั่งทำแผน อ้างถูกกดดันจนต้องก่อเหตุระบายแค้น



พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะเรียกบุคคลที่นายกวิน อ้างว่าเป็นคนที่เข้ามากดดัน ทั้งเรื่องยาเสพติด และทำร้ายร่างกาย ทำให้เกิดความแค้น จนนำไปสู่การก่อเหตุกับคนอื่น เข้ามาให้ปากคำ ส่วนปืนของกลาง 2 กระบอก เป็นปืนมีทะเบียน พบว่า 1 กระบอกเป็นของผู้ต้องหา ส่วนอีกกระบอกกำลังตรวจสอบ

"ผู้ต้องหาอ้างว่า ใช้ปืนลูกโม่ขนาด .38 ก่อเหตุในร้านสะดวกซื้อ ส่วนที่โรงพยาบาลสนาม ใช้ทั้ง 2 กระบอกสลับกัน ขณะนี้ได้ส่งพิสูจน์เพิ่มเติม"
ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุร้านสะดวกซื้อ ผู้ต้องหาไปพักกับรุ่นพี่ที่เคยเป็นทหาร และซื้อแอลกอฮอล์ที่ร้านสะดวกซื้อ 2 ครั้ง แต่ช่วงเกิดเหตุ รุ่นพี่คนนี้ได้หลับไปแล้ว จากการสอบปากคำไม่มีอะไรผิดปกติ และเป็นพยานปากสำคัญ

ส่วนประเด็นรักษาอาการทางจิตเวช ได้รับข้อมูลจากครอบครัวว่า เคยรับการรักษา แต่ต้องดูว่า ช่วงเกิดเหตุผู้ต้องหามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะประเมินอาการ