ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) รายงานการตรวจพบกรณีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบในประชากรอายุน้อยมากกว่า 1,200 ราย ที่ได้รับวัคซีนโควิดชนิด mRNA

ศูนย์ฯ รายงานการตรวจพบกรณีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบในประชากรอายุน้อยรวม 1,226 ราย ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์ (Pfizer) หรือโมเดอร์นา (Moderna) เมื่อนับถึงวันที่ 11 มิ.ย. โดยแบ่งเป็นหลังรับวัคซีนโดสแรก 267 ราย หลังรับวัคซีนโดสสอง 827 ราย และยังไม่ทราบจำนวนโดสที่ได้รับอีก 132 ราย
ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 309 ราย และผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 295 ราย โดยราวร้อยละ 79 ของผู้ป่วยทั้งหมดหายดีสมบูรณ์ แต่ยังเหลือผู้ป่วยที่ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 9 ราย ซึ่งในจำนวนนี้รักษาตัวในแผนกผู้ป่วยหนัก 2 ราย เมื่อนับถึงวันที่ 11 มิ.ย.
ศูนย์ฯ ชี้ว่ากรณีส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาทิ เหนื่อยล้า เจ็บหน้าอก และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งจะหายไปอย่างรวดเร็วภายใน 1 วัน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และเกิดขึ้นหลังรับวัคซีนครบสองโดสมากกว่าโดสเดียว
คณะผู้เชี่ยวชาญเผยว่าพวกเขาจำเป็นต้องติดตามผลกับผู้ป่วยในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เพื่อให้ได้ภาพรวมของผลกระทบจากการฉีดวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอที่สมบูรณ์
เกรซ ลี ประธานกลุ่มความปลอดภัยของคณะกรรมการฯ กล่าวว่าระยะเวลาแสดงอาการของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังฉีดวัคซีนมีความชัดเจน โดยจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดภายใน 1 สัปดาห์หลังรับวัคซีนโดสที่สอง และอาการที่พบบ่อยที่สุดคือเจ็บหน้าอก พร้อมเสริมว่าศูนย์ฯ กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น วิธีจัดการ และพิจารณาว่าเป็นปัญหาในระยะยาวหรือไม่
อย่างไรก็ดี คณะผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก หรือคิดเป็นผู้ป่วยราว 12.6 รายต่อวัคซีน 1 ล้านโดส
ด้านศูนย์ฯ ย้ำว่าประโยชน์ของวัคซีนมีมากกว่าความเสี่ยง และการฉีดวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอทุกล้านโดสสามารถป้องกันการติดเชื้อและการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้มากกว่า หากเทียบกับกรณีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ฯ ชี้ว่าราวร้อยละ 45.4 ของประชากรสหรัฐฯ ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดส และร้อยละ 53.6 ของประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดส เมื่อนับถึงวันพุธ (23 มิ.ย.) โดยประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนครบโดสราว 144.8 ล้านคนแล้ว