สำนักนายกรัฐมนตรีของลาว ประกาศขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ทั่วประเทศอีก 15 วัน ไปจนถึงวันที่ 4 ก.ค. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศใกล้เคียงยังไม่คลี่คลาย และยังคงมีการแพร่ระบาดในชุมชนของนครหลวงเวียงจันทน์

มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศในปัจจุบันของลาว ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เดิมทีมีกำหนดสิ้นสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยคำประกาศล่าสุดระบุถึงการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ยังคงบังคับใช้มาตรการเข้มงวดบางประการต่อไป
ลาวอนุญาตให้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ต และตลาดสด ที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 สามารถเปิดทำการได้ต่อไป รวมถึงการออกกำลังกายในพื้นที่แจ้งและกิจกรรมทางกีฬาที่ไม่มีการสัมผัสใกล้ชิดกัน
ร้านอาหารในโซนสีเขียวหรือพื้นที่ปลอดเชื้อ สามารถให้บริการนั่งรับประทานที่ร้านได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวดทั้งหมด ส่วนพื้นที่ซึ่งไม่ใช่โซนสีแดงสามารถจัดกรรมที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 50 คนได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและมาตรการอื่นๆ อย่างเคร่งครัด
ผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบสองโดสแล้ว สามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศและทางบก ระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับแขวงอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ที่รัฐบาลกำหนดไว้ในก่อนหน้านี้ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวและสวนอาหารในแขวงที่ไม่มีการแพร่ระบาดในชุมชน สามารถเปิดให้บริการได้ แต่ต้องงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
กระทรวงสาธารณสุขลาวยังเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาด เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมือเป็นประจำ
หากนับจนถึงวันเสาร์ (19 มิ.ย.) ลาวมียอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวมอยู่ที่ 2,050 ราย และมียอดผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 1,935 ราย โดยลาวตรวจพบผู้ป่วย 2 รายแรกของประเทศ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ปีก่อน