ฟุตบอลยูโร 2020 คืนนี้ ไฮไลท์อยู่ที่การทำศึก "แบทเทิ่ล ออฟ บริเตน" ระหว่าง อังกฤษ กับ สกอตแลนด์ ที่แม้ฟอร์มจะห่างกันแค่ไหน แต่เดือดทุกครั้งยามโคจรมาเจอกัน

ฟุตบอลยูโร 2020 คืนนี้ คู่แรกเป็นการแข่งขันในกลุ่มอี สวีเดน พบกับ สโลวะเกีย ที่สนาม เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม ในเวลา 20.00 น.
เกมนี้สวีเดนซึ่งมีอยู่ 1 คะแนนจากการเสมอสเปนในนัดแรก จะต้องรอทดสอบความฟิตของ เดยัน คูลูเซฟสกี้ กับ มัทธิอัส สเวนเบิร์ก ที่เพิ่งหายจากการติดโควิด ส่วน มิคาเอล ลุสติก น่าจะได้พักในเกมนี้หลังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเกมแรก ส่วนแนวรุกยังเป็นคู่หู อเล็กซานเดอร์ อิซัค กับ มาร์คุส เบิร์ก ต่อไป
ด้าน สโลวะเกีย ที่มี 3 แต้มจากการชนะโปแลนด์ 2-1 ในนัดแรก เกมนี้จะต้องขาด อิวาน ชรานซ์ กองหน้าที่มีอาการบาดเจ็บอยู่แค่เดียว ส่วนตัวหลักรายอื่นพร้อมลงเล่นทั้งหมด นำโดย ออนเดร ดูด้า ดาวยิงประจำทีมเช่นเคย
-------------------
คู่ต่อมาเป็นการแข่งในกลุ่มดี โครเอเชีย จะพบกับ สาธารณรัฐเช็ก ที่สนาม แฮมพ์เดน พาร์ค ประเทศสกอตแลนด์ ในเวลา 23.00 น.
สำหรับโครเอเชีย เกมนี้ต้องการคว้าชัยชนะให้ได้เพื่อโอกาสในการผ่านเข้ารอบต่อไป หลังพ่ายอังกฤษมาในเกมแรก  อย่างไรก็ตามเกมนี้ยังต้อรอทดสอบความฟิตของ บอร์น่า บาริซิช ที่เจ็บเล็กน้อย ส่วนแนวรุกน่าจะมีการปรับทัพ โดยให้ อันเดร ครามาริช และ มาเตโอ โควาซิช ได้พัก โดยจะส่ง นิโคล่า วลาซิช และ บรูโน่ เพ็ตโควิช ลงเล่นแทน
ส่วนสาธารณรัฐเช็ก ที่คว้า 3 แต้มจากชัยชนะเหนือสกอตแลนด์ในเกมแรก นัดนี้คาดว่าจะยังยึดผู้เล่นชุดเดิมลงสนามต่อไปเนื่องจากกำลังทำผลงานได้ดี นำโดย แพทริค ชิค ดาวยิงตัวเก่งที่เหมา 2 ประตูในนัดที่แล้ว
--------------------
คู่สุดท้ายเป็นศึก "แบทเทิล ออฟ บริเตน" ทีมชาติอังกฤษ จะลงสนามพบกับ สกอตแลนด์ ที่สนามเวมบลีย์ ในเวลา 02.00 น.
เกมนี้ "สิงโตคำราม" ซึ่งกุมความได้เปรียบจากการคว้า 3 แต้มมาได้ในเกมแรก ยังต้องรอทดสอบคามฟิตของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เหมือนเดิม แต่ไม่มีผลกระทบกับทีมมากนักเพราะแข้งที่ลงเล่นแทนอย่าง ไทโรน มิงส์ กับ คัลวิน ฟิลลิปส์ ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนตำแหน่งอื่นๆยังใช้ชุดเดิมต่อไป นำโดย แฮร์รี่ เคน ดาวยิงประจำทีม
ด้าน สกอตแลนด์ ที่พ่ายเช็ก 0-2 ในนัดแรก เกมนี้คาดว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่น โดยแนวรุกจะใช้ ลินดอน ไดค์ส กับ เช อดัมส์ เป็นคู่กองหน้า และใช้ จอห์น แม็กกินน์, สกอตต์ แม็กโทมิเนย์ และ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง คุมเกมกลางสนาม