หนองบัวลำภู ตรวจพบแล้ว สายพันธุ์อินเดียผู้ติดเชื้อ 4 ราย ผู้ว่าราชการจังหวัด ย้ำเข้มคำสั่งต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม หากพบว่าฝ่าฝืนพร้อมดำเนินคดีทันที หลังพบเด็ก 3 ขวบ ติดเชื้อ เป็นรายที่ 76

14  มิถุนายน  2564  ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019  ชั้น  2  สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดหนองบัวลำภู  นางศิวพร  ฉั่วสวัสดิ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายแพทย์สุรพงษ์  ผดุงเวียง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู  นายแพทย์ไพฑูรย์  ใบประเสริฐ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองบัวลำภู นายธนายุทธ  ใยแก้ว  จ่าจังหวัดหนองบัวลำภู นายพนัส  วงษ์เกลียวเรียน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนากลาง  ร่วมแถลงข่าว สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู  ในตั้งแต่ช่วง เมษายน  2564 ขณะนี้มีผู้ยืนยันติดเชื้อป่วยสะสม จำนวน 76  ราย  เป็นชาย 43 ราย หญิง  33 ราย   อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล  จำนวน 23 ราย  รักษาหายแล้ว 53 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่  clusterแคมป์คนงานก่อสร้าง เช่น  clusterแคมป์คนงานก่อสร้างปทุมวัน  17 ราย clusterแคมป์ก่อสร้าง กทม. 13 ราย  clusterแคมป์คนงานก่อสร้างบางนา และครอบครัวเดินทาง จากสมุทรปราการ  โดยสายพันธ์เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พบในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู  เป็นสายพันธุ์อังกฤษ  12 ราย  สายพันธุ์อินเดีย 4 ราย สายพันธุ์พม่า  1 ราย

พบสายพันธุ์อินเดีย 4 และยังพบเด็กหญิงวัย 3 ขวบติดจากตา



ล่าสุดวันนี้พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายที่  76  เป็นเด็กหญิงอายุ  3 ขวบ เป็นชาว ตำบลดงมะไฟ  อำเภอสุวรรณคูหา  เป็นผู้ป่วยที่มีประวัติยืนยันติดเชื้อมาจากผู้ป่วย รายที่  54 และรายที่  75 ของจังหวัดหนองบัวลำภู  ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุวรรณคูหา  จากการตรวจสอบไทม์ไลน์ ผู้ติดเชื้อเด็กหญิง  3 ขวบ ทราบว่า  มีญาติเป็นคุณตา เดินทางมาจาก อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อมาร่วมงานพิธีหมั้น และร่วมรับประทานอาหารอยู่ที่บ้าน ในพื้นที่ตำบลดงมะไฟ  อำเภอสุวรรณคูหา เมื่อวันที่  30 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา และวันที่  1 มิถุนายน 2564  คุณตา ทราบผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019  วันที่ 2 มิถุนายน 2564  จึงได้พาน้องเด็กหญิงคนดังกล่าวไปตรวจหาเชื้อ ที่โรงพยาบาลสุวรรณคูหา  รอบแรก  ไม่พบเชื้อ ทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสุวรรณคูหา ให้กักตัวอยู่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 3-9  มิถุนายน  2564 กักตัวที่บ้าน ต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน  2564 จึงได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลสุวรรณคูหา  รอบที่  2  ผลการตรวจไม่แน่ชัด ทางโรงพยาบาลสุวรรณคูหา จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจซ้ำ และวันที่  12 มิถุนายน  2564  ผลการตรวจพบว่า น้องติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และจากการดำเนินสอบสวนโรคของครอบครัวน้อง อายุ 3 ขวบ ทราบว่า ไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มเติม เนื่องจากนายอำเภอสุวรรณคูหา และทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ของอำเภอสุวรณคูหา ได้ทำการแยกกักตัวอย่างเข้มงวดตั้งแต่แรก

ทางด้าน นายธนายุทธ  ใยแก้ว จ่าจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อ หรือตรวจหาเชื้อรอผลการตรวจอยู่ ทราบผลการตรวจว่าติดเชื้อ อยากจะกลับมารักษาในภูมิลำเนาของตนเอง ให้ติดต่อมายัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนการเดินทางมา 7 วัน เพื่อที่ ทางจังหวัดจะได้เตรียมการนัดหมายให้คำปรึกษาในการเดินทางมารักษา ส่วนผู้ที่ไม่ได้ตรวจ และเดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดต้องแจ้งต่อ ผอ.รพ.สต.ก่อนจะเข้าพื้นที่ไม่น้อยกว่า 7 วัน

พบสายพันธุ์อินเดีย 4 และยังพบเด็กหญิงวัย 3 ขวบติดจากตา



ทางด้านนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด  หรือผู้มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อ ภายใน 14 วัน หากเข้ามาในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู  ต้องรายงานตัวทันทีต่อกำนัน หรือ ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อสม.หรือ รพ.สต. หรือลงทะเบียนผ่าน QR Code และต้องกักตัวในบ้านพักจนครบ 14 วัน หากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการสอบสวนโรคเพื่อพิจารณาความเสี่ยงและหากเห็นว่ามีความเสี่ยงสูง อาจตรวจหาเชื้อ

พบสายพันธุ์อินเดีย 4 และยังพบเด็กหญิงวัย 3 ขวบติดจากตา



นอกจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู  ยังเน้นย้ำความสำคัญ ในการสวมหน้ากากโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดที่มักจะไม่ค่อยสวมใส่หน้ากากอนามัย   เว้นระยะห่าง การล้างมือ และงดออกไปร่วมงานสังสรรค์และไปในที่มีคนจำนวนมาก  จะสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ได้  ทุกมาตรการจะต้องทำควบคู่กันไป พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าต้อง ยกการ์ดให้สูงไว้ก่อน โดยเฉพาะคำสั่งต่างๆ ที่ทาง ศบค.จังหวัดออกไปต้องปฏิบัติตามนนั้น อย่าคิดว่าไม่รู้ ไม่เห็น ต่อไปนี้ทางจังหวัดจะเอาจริงกับเรื่องนี้หากพบฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกับฝากไปยังผู้ประกอบการในช่วงนี้ห้ามรับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาโดยไม่ถูกต้อง นอกจากตัวเองจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดโรคอีกด้วย