พบว่าอาการของน้องทรุดลงตามลำดับ ต้นจึงตัดสินใจขอย้ายน้องมารักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียวถึง 5 วัน แต่ เมื่อมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชเพียง 3 วัน โดยตอนแรกหมอบอกว่าซี่โครงซี่ที่ 3 หัก หน้าอกช้ำ ปอดติดเชื้อ จึงเชื่อว่าลูกชายน่าจะถูกทำร้ายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต จึงพยายามสอบถามกับเพื่อนๆ และรุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์ ตอนแรกก็ไม่มีใครกล้าบอก เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย กระทั่งลูกชายคนโตไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดจึงได้หลักฐานสำคัญมา ประกอบกับมีข้อความพูดคุยในกลุ่มไลน์ว่าลูกชายถูกทำร้าย และเบื้องต้นก็มีรุ่นพี่ 6 คนมากราบขอโทษตนเองที่ รพ. แต่ตอนนั้นยังไม่พร้อมพูดคุยอะไรเพราะยังตกใจและเสียใจที่สูญเสียลูก แต่ขณะนี้ก็กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดกับคนที่กระทำให้ลูกเสียชีวิตให้ถึงที่สุด และอยากวิงวอนให้ทางสถาบันออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
แม่น้องปลื้ม ยังบอกอีกว่า เป้าหมายของน้องตอนจบ ปวช.ที่เทคนิคนครราชสีมา เป้าหมายของน้องคืออุเทนถวายซึ่งตอนจบ ปวช.น้องก็เคยแอบไปสอบ ซึ่งแม่ก็ห้ามไว้พยายามดึงน้องให้เรียนในนครราชสีมา จนจบ ปวส.เทคนิค แต่พอน้องได้ไปฝึกงานเป็นโฟร์แมนที่แคมป์คนงานหัวทะเล แล้วไปเจอรุ่นพี่จากอุเทนถวายก็ยิ่งมาจุดประกายความฝันของน้องให้อยากไปเรียนที่อุเทนถวายอีก ซึ่งในฐานะคนเป็นแม่ซึ่งลูกได้เลือกแล้ว ทั้งที่ในใจกลัวมากเพราะชื่อเสียงของอุเทนเป็นยังไงแม่รู้ดี แต่พอลูกพูดออกมาคำหนึ่งว่า "นายคงไม่ใช่หนึ่งในนั้นหรอกแม่ สถาบันอุเทนรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ที่ปลอดภัยสำหรับนายคืออุเทนถวาย นายมั่นใจ" นี่คือคำพูดของลูก
แต่มาวันนี้เกิดความสูญเสีย เป็นลูกชายคนเล็กซึ่งเป็นความหวังของครอบครัว มันไม่มีอะไรมาทดแทนได้กับการสูญเสียลูก เขาแค่อยากตามความฝันในการก้าวเข้าไปศึกษาที่อุเทนถวาย ซึ่งลูกชายก็ยอมรับเงื่อนไขในระบบรุ่นพี่รุ่นน้องเขายอมรับทุกอย่าง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องถูกกระทำน้องถูกกระทำมาตลอด ในฐานะคนเป็นแม่อยากร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย โดยขอให้ทางสถาบันออกมาแสดงความรับผิดชอบ และดำเนินคดีตามกฎหมายกับคนที่ทำร้ายลูกชายให้ถึงที่สุด เพราะการเสียชีวิตของลูกแม่ไม่ได้อะไรกลับคืนมา แต่แม่ขอทำหน้าที่แม่คนหนึ่งที่เจ็บปวดที่สุดกับการเสียชีวิตของลูกไม่มีอะไรมาทดแทนได้