ฝ่ายค้าน พร้อมถลก ร่างงบรายจ่ายปี 65 วาง 4 กรอบหลัก ภาพรวมเศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์พลาด โจทย์ผิด คำตอบพลาด กู้ชนกรอบเพดานและ ปรับลดงบไม่สมดุล เอื้อพวกพ้อง จับตาตัดงบกลาโหม งบฟุ่มเฟือย

วันนี้ (31 พ.ค.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 ในวาระที่ 1 วงเงิน 3,100,000 ล้านบาท เป็นวันแรกระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. สำหรับงบประมาณแต่ละกระทรวงที่ได้ โดยแบ่งเป็นงบกลาง 571,047.3 ล้านบาท สำนักนายกรัฐมนตรี 34,017.3 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม วงเงิน 203,282 ล้านบาท กระทรวงการคลัง 273,941.3 ล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ 7,618.7 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5161.6 ล้านบาท กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 24,664.8 ล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 124,182.8 ล้านบาทกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 110,126.5 ล้านบาทกระทรวงคมนาคม 175,858.7 ล้านบาท กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 6979.1 ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 28,325.5 ล้านบาท กระทรวงพลังงาน 2,717.5 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ 6,523.3 ล้านบาทกระทรวงมหาดไทย 316,527 ล้านบาท กระทรวงยุติธรรม 24,321.1 ล้านบาทกระทรวงแรงงาน 49,742.8 ล้านบาทกระทรวงวัฒนธรรม 7,104.4 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 332,398.6 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข 153,940.5 ล้านบาทและกระทรวงอุตสาหกรรม 4,380.1 ล้านบาท

สำหรับการพิจารณางบประมาณฯปี 65 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ได้จัดวาง ส.ส. 55 คน ขณะที่พรรคก้าวไกล จัดวาง ส.ส. ไว้ 21 คน เพื่ออภิปรายชำแหละพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ได้กำหนดอภิปรายใน 4 กรอบใหญ่ คือภาพรวมเศรษฐกิจสังคมของประเทศในปี 65 โดยจะชี้ให้เห็นว่ารัฐประมาณการผิดพลาด เกินจริงว่าโควิดหายเศรษฐกิจจะฟื้นตัว กรอบที่ 2 จะชี้ให้เห็นว่าเมื่อประเมินสถานการณ์ผิดพลาดแล้วก็มาตั้งโจทย์ผิด และตอบโจทย์พลาด จึงจัดงบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาโควิดน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ในที่สุดก็จะพาประเทศออกจากวิกฤตไม่ได้ กรอบที่ 3 จะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลจัดงบประมาณผิดพลาดและประเทศจะไม่มีโอกาสลืมหูลืมตา คือการกู้การลงทุนชนกรอบเพดานวินัยการเงินการคลังอาจทำให้เกิดภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง ซึ่งจะทำให้ระบบการเงินการคลังของประเทศพังในที่สุด และกรอบที่ 4 จะชี้ให้เห็นถึงการปรับลดงบประมาณที่ไม่สมดุล มีเจตนาเอื้อพวกพ้องและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เช่น การปรับลดงบประมาณที่ไม่สมดุล บางกระทรวง เช่น กระทรวงกลาโหมที่ควรลงจำนวนมากแต่ไม่ปรับ ดันไปลดของกระทรวงที่ควรเพิ่มคือกระทรวงสาธารณสุข และยังมีอีกหลายด้านหลายยุทธศาสตร์ที่ดูแล้วเป็นการปรับลดที่ไม่สมเหตุสมผลไม่เป็นไปตามสภาวะการณ์ของประเทศ รวมถึงงบส่วนไหนที่ถือว่าฟุ่มเฟือย และเกินจำเป็นรอการจัดสรรได้ ต้องตัดทิ้งอีกด้วย