ขณะที่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า ทุเรียนหมอนทอง ที่ปลูกสวนทุเรียนแห่งนี้ จะเก็บผลิตผลิตเมื่อความสุกได้ระดับ 90 % เก็บจากต้นได้ 3-4 วันก็สามารถปอกเปลือกมารับประทานได้ เพราะมีความสุกมากพอแล้ว และที่ขั้วของผลทุเรียนไม่มีการชุบน้ำยา เพื่อให้ทุเรียนเขียวตลอด แต่จะให้ทุเรียนสุกตามเวลา แม้น้ำหนักจะลดลงบ้างก็ไม่เป็นไร ทุเรียนหมอนทองที่นี่จะลูกใหญ่นำหนัก 3-4 กิโลกรัม พื้นที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดสุรินทร์ มีถึง 7 อำเภอ คือ อ.บัวเชด, อ.กาบเชิง, อ.ศีขรภูมิ, อ.ศรีณรงค์, อ.พนมดงรัก, อ.สังขะ และ อ.ปราสาท ซึ่งมีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน จำนวน 22 ราย โดยคาดว่าน่าจะได้ผลิตในปีนี้ประมาณ 5,435 ลูก เป็นปีแรกที่ได้ผลผลิตมาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกทุเรียนที่ อ.พนมดงรัก, อ.กาบเชิง, และ อ.สังขะ ซึ่งเป็นที่ราบสูงมีหุบเขาและได้มีการปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าน่าจะให้ผลิตได้มาก และรสชาติก็ไม่แพ้ทุเรียนที่ปลูกในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ทางจังหวัดสุรินทร์ ได้มีนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกร ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช จากเดิมที่เคยปลูกข้าวหอมมะลิ เป็นหลัก และเป็นข้าวหอมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมาอย่างยาวนาน ให้ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชชนิดอื่นๆเพื่อสร้างรายได้ที่แตกต่างออกไป ตามโครงการสุรินทร์ รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์ ซึ่งตลอดระยะเวลาในช่วง ที่ผ่านเกษตรกรในอำเภอต่างๆก็ได้ปรับเปลี่ยนจากเน้นปลูกข้าวมาปลูกไม้ผล และเลี้ยงสัตว์มากขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน อย่างเช่นเกษตรกรรายนี้ถือว่าปรับพื้นที่ทำนา ในที่ราบมาปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ทำด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น แม้จะเป็นพื้นที่ราบ ไม่เหมือนที่อื่นๆก็ประสบผลสำเร็จและเก็บผลิตมาแล้หลายปี ทางจังหวัด ก็จะให้การสนับสนุนเกษตรกรรายอื่นๆอีกต่อไป