เพลิงโหมตอนเที่ยง ยาย กำลังทำกับข้าว ตั้งหม้อแกงไว้ออกไปเก็บผักหันกลับมาเห็นควันไฟพวยพุ่งออกหน้าต่างชั้นบน รีบปลุกตานอนอยู่เพิงหญ้าหน้าบ้านหนี ผ้าไหม ผ้าทอเก่าแก่เก็บไว้ด้านบนบ้านวอดหมด เหลือแต่รูปหลวงปู่คูณด้านล่างที่ไฟมาไม่ถึง

26  พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00 น. สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้าน ที่หมู่บ้านเพ็กเฟื้อย ต.หนองหว้า อ.เมืองหนองบัวลำภู  จ.หนองบัวลำภู จึงได้แจ้งประสานงานให้รถดับเพลิงในพื้นที่ใกล้เคียง ได้ช่วยกันออกไปดับไฟ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเที่ยงวันพอดี  กลัวจะลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง







สำหรับบ้านหลังเกิดเหตุ บ้าน เลขที่ 20 หมู่ที่ 5 สภาพเป็นบ้าน 2 ชั้น  ชั้นบนเป็นไม้ข้างล่างเป็นปูนสภาพชั้นบนไหม้หมดเกือบหมดแล้วเหลือชั้นล่างที่เป็นปูนเพลิงกำลังลุกลามลงมา ซึ่งได้มีรถดับเพลิงของ อบต.โนนขมิ้น อบต.หนองหว้า อบต.หนองสวรรค์และ อบต.บ้านพร้าวมาร่วมดับเพลิงช่วยเหลือฉีดน้ำดับไฟที่พื้นและบริเวณที่ควันกำลังปะทุขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางบรรดาชาวบ้าน เพื่อนบ้านจำนวนมากที่มาดูเหตุการณ์ ช่วยเหลือและให้กำลังใจกับเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ






ไฟไหม้บ้านตอนเที่ยง ลามจากชั้น 2 ผ้าไหมเก่าวอดหมด












ไฟไหม้บ้านตอนเที่ยง ลามจากชั้น 2 ผ้าไหมเก่าวอดหมด







จากการสอบถามทราบว่าเจ้าของบ้านที่ถูกเพลิงไหม้ คือ  นายบุญแปลง ตรีเดช และนางสาคร ตรีเดช อายุ 67 ปีเท่ากันเป็นเจ้าของบ้าน  ที่ได้แต่นั่งมองบ้านที่ถูกไฟโหมไหม้ ส่วน นางสาคร  ตรีเดช กำลังนั่งสะอื้นเล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ช่วงนั้นเป็นเวลาเที่ยงวันพอดี  กำลังทำอาหารกลางวันในครัวหลังบ้าน ส่วนตาบุญแปลง นอนอยู่ในเพิงมุงหญ้าหน้าบ้าน ตอนนั้นจะแกงอ่อม จึงตั้งหม้อแกงไว้แล้วเดิน ออกมาไปเก็บ มะเขือ ผัก ตามริมรั้วหันกลับมาจะเข้าไปปรุงแกงอ่อมต่อ เห็นแต่ควันดำพวยพุ่งขึ้นที่ชั้นบนออกทางหน้าต่างและชายคา ตกใจทิ้งผักหันมาเรียก ตาบุญแปลงสามีให้ลุกหนี ตาบุญแปลงตื่นขึ้นมากลับวิ่งไปเปิดน้ำประปาเพื่อเอาน้ำมาดับไฟ  ส่วนตัวเอง วิ่งไปเก็บทรัพย์สินสำคัญเช่นสร้อยแหวนได้ก็วิ่งออกมา เนื่องจากไฟลุกแรงขึ้น นายบุญแปลงรูปร่างท้วมและป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน รีบวิ่งจึงเกิดเสียหลักล้มลงกระแทกพื้นเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องให้ช่วยมาช่วยกันประคองพา มานั่งเก้าอี้ห่างจากบ้านไม่ไกลนัก ต่อมารถดับเพลิงสามารคควบคุมเพลิงไว้ได้ไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง












ไฟไหม้บ้านตอนเที่ยง ลามจากชั้น 2 ผ้าไหมเก่าวอดหมด













 

จากการสอบถาม นางสาคร  บอกว่า สิ่งของที่เก็บไว้บนบาน จะเป็นพวกผ้าไหม ผ้าถุงโบราณที่ทอไว้ เก็บยัดตู้ไว้จนแน่นตู้  เก็บรักษาตั้งแต่สมัยแม่ของตัวเอง รวมทั้งที่นอนยัดนุ่น ผ้าห่มนวม หมอน รวมทั้งสาดเสื่อจำนวนมากจึงกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดีจนลุกโหมไหม้อย่างรวดเร็ว  และกำลังจะลุกลามมาชั้นล่าง พอดีรถดับเพลิงมาถึงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัด ไม่ลุกลามออกไป








ต่อมาลูกสาวนางสาคร ที่เย็บผ้าอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองและสามีทราบเรื่องจึงรีบกลับมาตามหาลูกชายที่ฝากไห้แม่เลี้ยงอยู่บ้าน สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้โฮ และเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าที่บ้านอยู่กัน 6 ตนมีพ่อแม่ ตนสามีและลูกกับหลานอีกคน เคราะห์ดีเกิดเหตุเวลากลางวันทุกคนปลอดภัย มีแต่พ่อที่บาดเจ็บจากการหกล้ม จากนั้นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ได้นำตัว  ตาบุญแปลง ที่บาดเจ็บจากการหกล้มไปส่งโรง พยาบาล จังหวัดหนองบัวลำภู เนื่องจากมีอาการปวดที่หลังรุนแรงและมีแผลถลอกที่ขาขวา  

ไฟไหม้บ้านตอนเที่ยง ลามจากชั้น 2 ผ้าไหมเก่าวอดหมด

ทางด้าน  ร.ต.ท.ปรเมษฐ์ ศรีหาเมฆ รอง สว.(สอบสวน) และจนท.ตำรวจชุดสืบ มาถึงที่เกิดเหตุจึงเข้าสอบถามเหตุการณ์จากนางสาคร ตรีเดช เจ้าของบ้านและสอบถามเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และแจ้งทาง จนท.พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าของบ้านแจ้งว่าสังเกตุเห็นไฟไหม้ใกล้กับบริเวณที่เป็นจุดติดตั้งสะพานไฟที่อยู่ด้านบนบ้าน  ส่วนค่าเสียหาย ประมาณกว่า 500,000 บาท เนื่องจากทรัพย์สินส่วนมากไม่สามารถขนออกมาได้  มีเพียงบางส่วน 4-5 ชิ้นเท่านั้น กับยังเหลือกรอบรูปหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หรือพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ติดอยู่หน้าบ้านที่ไฟไหม้ไม่มาไม่ถึง