สงขลา - ฌาปนกิจเรียบร้อยแล้วสำหรับเหยื่อกราดยิงและเผารถในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จนนำมาซึ่งการสูญเสียถึง 3 ศพ วันนี้แม่และลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่เปิดใจพร้อมวอนรัฐแก้ปัญหาอย่างจริงจังอย่าให้มีใครต้องรับเคราะห์อีกเลย

29 เมษายน 2564 ที่วัดพระบาท ต.บ้านพร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ค่ำวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา /ครอบครัว "กิตติประภานันท์" ที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ 3 ราย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สลดใจอย่างยิ่ง  และมีหลายองค์กรออกมา "ประณาม" การกระทำครั้งนี้  
เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้งานศพของครอบครัว "กิตติประภานันท์" ต้องจัดแบบ New Normal แต่ก็ยังมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าไปแสดงความเสียใจแบบไม่ขาดสาย โดยนายวงศกร นุ่นชูพันธ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.จังหวัดสงขลา และทหาร มาร่วมพิธีสวด

เปิดใจ "แม่-น้องแนน" เหยื่อความไม่สงบชายแดนใต้


 นางเข็มทอง  กิตติประภานันทน์ ภรรยาและแม่ซึ่งอยู่ในภวังค์ของความเศร้า ที่สัมผัสได้ชัดเจนจากสีหน้า ท่าทางที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดในการสูญเสียในครั้งนี้ เธอบอกว่า  ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนตั้งตัวไม่ทัน เป็นการกระทำที่รุนแรง และไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดกับครอบครัวของตัวเอง ทำไมไม่นึกถึงหัวอกของคุณแม่ว่าจะอยู่อย่างไร เกิดคำถามว่ามากมายว่า ไม่สงสารบ้างเหรอ? ทำไมถึงทำได้ลงคอ? น้องเข้ายังเด็กอยู่ 
"อยากรู้ว่าคนร้ายไม่คิดจะสำนึกบ้างหรือ คนร้ายไม่พอใจฝ่ายใด ทำไมถึงต้องมาลงที่ครอบครัวของเรา ทำไมเราถึงต้องเป็นผู้รับเคราะห์ในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งอะไรกัน เกิดคำถามว่า ทำไมถึงต้องทำร้ายครอบครัวของเรา"  "แม่อยากรู้ว่า ทำไมผู้ร้ายไม่คิดจะสำนึกบ้างหรือ เพราะคุณพ่อไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร ทำมาค้าขายอาชีพที่สุจริต ทำไมถึงทำแบบนี้ได้ลงคอ" นางเข็มทองกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

นางเข็มทอง ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผู้นำไม่มีแล้วจะต้องทำใจรับผล เมื่อผู้นำครอบครัวไม่อยู่แล้วเราไม่สามารถที่จะหวนเขากลับมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ในส่วนของความเสียใจสุดชีวิต ไม่สามารถที่จะบรรยายได้

เปิดใจ "แม่-น้องแนน" เหยื่อความไม่สงบชายแดนใต้

"ชีวิตต้องสู้ต่อไป ก็จะทำมาค้าขาย แต่จะให้ทำอาชีพแบบคุณพ่อก็คงทำไม่ได้แล้ว คุณแม่ไม่ได้มีเรี่ยวแรงที่จะทำงานอย่างนั้น ก็คงต้องหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวเอง ทั้งครอบครัว พ่อเป็นเสาหลักหาเงินเลี้ยงครอบครัวอย่างที่เห็น นับตั้งแต่นี้ไปจะต้องพึ่งตนเอง อยู่กินตามประสาแม่ลูก 2 คน เมื่อผู้นำไม่อยู่แล้ว"นางเข็มทอง กล่าวถึงกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เข้ามาพูดคุยหลังจากเสร็จงาน จะให้ช่วยเหลืออย่างไร ค่อยว่ากัน ทั้งเพื่อนพี่น้องหรือลูกสาวก็ต่างให้กำลังใจให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

เปิดใจ "แม่-น้องแนน" เหยื่อความไม่สงบชายแดนใต้


"ลูกสาวเป็นเด็กที่เข้มแข็ง คอยให้กำลังใจแม่ตลอด เพื่อให้พ้นจากช่วงเวลานี้ไปได้ และคอยอยู่เคียงข้างแม่ตลอด" นางเข็มทอง กล่าวถึง "น้องแสน" นางสาวพรพิมล กิตติประภานันทน์ ฟูกาคนเล็กที่ศึกษาปีที่ 2 คณะศิลปศาสตร์ ม.อ. ซึ่งต้องสูญเสียพี่สาว "นางสาวจิราพร" ศิษย์เก่า ม.อ. วิทยาเขตภูเก็ต ไปพร้อมกับพ่อ และญาติอีก 1 คน 

ด้าน"น้องแนน" ลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่เปิดเผยว่า ปกติแล้วคุณพ่อจะเป็นเสาหลักของบ้านที่หาเงินค่าเทอม ค่าใช้จ่าย เมื่อคุณพ่อเสียชีวิตลงทำให้ตอนนี้ทางครอบครัวขาดรายได้ ทำให้หาส่วนนั้นลำบากขึ้น 

เปิดใจ "แม่-น้องแนน" เหยื่อความไม่สงบชายแดนใต้


"ตอนนี้หนูจะต้องเป็นเสาหลักและเป็นที่พึ่งให้กับคุณแม่ ต้องพยายามหาเงินและกังวลว่าค่าเทอมและค่าใช้จ่ายจะไม่เพียงพอ ส่วนทางคุณแม่จะเป็นห่วงในเรื่องการเรียน แต่ตอนนี้หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็มีหลายหน่วยงานให้การช่วยเหลือ ทั้งทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย" น้องแนน กล่าว และว่า

อยากให้รัฐบาลช่วยจับคนร้ายให้ได้เพราะเหตุการณ์อย่างนี้เกิดเหตุมานานแล้ว ไม่ใช่แค่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นมาหลายปีเรื่องของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยากให้รีบแก้ไขโดยใช้ความจริงจัง เพราะตนไม่ทราบว่ามีเบื้องหลังอะไรที่เกิดขึ้น แต่อยากให้หลุดพันจากเหตุการณ์แบบนี้เสียที ไม่ใช่แค่ในจังหวัดภาคใต้ แต่ในพื้นที่อื่นเขาก็จะมองว่าสามจังหวัดน่ากลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีคนกล้าที่จะเข้าไป จะทำให้คนมองสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ดี