นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยทศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์ b.1.1.7 จากอังกฤษ ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยจากรายงานการวิจัยฉบับหนึ่งระบุว่า เชื้อสายพันธุ์นี้อาจมีส่วนทำให้บางประเทศมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนสายพันธุ์ B.1617 ที่มีการแพร่ระบาดมากในอินเดียขณะนี้ยังต้องจับตา

นายแพทย์ ประสิทธิ์ ยังย้ำว่าในไทยขณะนี้ สัดส่วนผู้ป่วยที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น กว่า1ใน4ของผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบ จำนวนผู้ป่วยที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับทั่วประเทศ ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดการณ์ว่าจะแนวโน้มผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น หากดูจากสถิติที่ผ่านมาจะพบว่าอายุของผู้เสียชีวิตน้อยลง และหลายคนที่เสียชีวิต มีระยะเวลาเพียง7-10วันเท่านั้น ดังนั้นหลังจากนี้อาจมีความต้องการเตียงผู้ป่วยวิกฤติเพิ่มขึ้น

หมอประสิทธิ์เผย 1ใน4 ผู้ป่วยโควิด มีอาการปอดอักเสบ


อย่างไรก็ตามเตียงอาจขยายได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเครื่องมือ อุปกรณ์ที่จะต้องใช้ดูแลผู้ป่วยหนักอาจไม่เพียงพอ รวมทั้งยารักษาที่ต้องใช้คนอาการรุนแรงมากขึ้น และมีแนวโน้มว่ายาอาจไม่เพียงพอ เพราะเริ่มมีการแย่งครอบครองยา ดังนั้นประชาชนต้องช่วยกันหยุดเชื้อ และป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด
นายแพทย์ประสิทธิ์ ยังย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน เนื่องจากวัคซีน คือเครื่องมือที่สำคัญที่สุด อย่างน้อยคนในประเทศร้อยละ 25 หากได้รับการฉีดวัคซีน จะเริ่มเห็นผล ดังนั้นการฉีดเร็วและมาก จึงเป็นสิ่งสำคัญ ยืนยันว่าวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบัน มีความปลอดภัยสูง เฉพาะวัคซีนวัคซีนจากแอสตร้าเซเนกามีการฉีดไปแล้ว 91ประเทศทั่วโลก

โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ควรเฝ้าระวัง การลักลอบข้ามแดน หลุดลอดจากกระบวนการกักกัน เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะนำสายพันธืกลายพันธุ์เข้ามาในประเทศ ที่อาจซำ้เติมสถานการณ์ให้แย่กว่าเดิม