พิษณุโลก - ม.นเรศวรเริ่มเปิดใช้โรงพยาลสนาม "NU Hospitel" หลังปรับปรุงหอพักนิสิต จำนวน 1 หลัง สามารถรองรับได้ 132 เตียง สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการดี เสริมกับรพ. ม.นเรศวร ที่รองรับผู้ป่วยอาการหนักต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิด โรงพยาบาลสนาม (NU Hospitel) ร่วมกับศ.ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ รองอธิการบดี ผศ.ดร.พีรธร บุณยรัตพันธุ์ รองอธิการบดี ศ.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร รศ.พญ.รสสุคนธ์ คชรัตน์ รองคณบดีฝ่ายการแพทย์ ผศ.นพ.บดินทร์ บุตรธรรม รองคณบดีฝ่ายบริหารและพัฒนานวัตกรรม รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด้านงานอาคารสถานที่และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติ



ม.นเรศวรเปิดใช้"NU Hospitel"



จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รุนแรงในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งผู้พบผู้ติดเชื้อประกอบด้วย นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป จ.พิษณุโลกจึงประสานความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยให้จัดโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอยู่จำนวนมาก รอคอยเตียงรักษา ดังนั้นเพื่อให้ผู้ป่วยเหล่านั้นได้รับการรักษา อย่างทันท่วงที และรักษาชีวิตไว้ได้ ในการนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงปรับปรุงหอพักนิสิตในเฟสแรก จำนวน 132 เตียง โดยใช้ห้องพักในอาคาร 15 ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ด้านหลังสุดของหอพักนิสิต สามารถบริหารจัดการด้านการรับส่งผู้ป่วย ด้านการขนส่งสิ่งของ อาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สำหรับรองรับผู้ป่วยที่อาการดีดูแลตนเองได้ดี




ม.นเรศวรเปิดใช้"NU Hospitel"


ทั้่งนี้ ทำให้การวางระบบในทุกด้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้เป็นโรงพยาบาลสนาม "NU Hospitel" ตามที่ นายพิศิษฐ์ กิจบุญอนันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นพ.อิ๊ดยังวัน ยงย่วน รองนายแพทย์สาธารสุขจังหวัด (ด้านเวชกรรมป้องกัน 1) นพ.รัฐภูมิ ชามพูนท รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (ด้านเวชกรรมป้องกัน 2) ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนาม และได้แถลงข่าวร่วมกับ รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนาม (NU Hospitel) โดยการเปิดโรงพยาบาลสนามในมหาวิทยาลัยที่มีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีอยู่ 22 แห่งทั่วประเทศนั้น และคณะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯลฯ ็ถือเป็นนโยบายหนึ่งที่รมว.อว.ได้มอบให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้ช่วยพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยรับผิดชอบอยู่


ม.นเรศวรเปิดใช้"NU Hospitel"



 สำหรับความพร้อมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการดูแลนิสิต บุคลากร และประชาชน ในเขตพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยมีความพร้อมทุกด้าน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมีศักยภาพในการรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน 3 ส่วนได้แก่ 1. หอผู้ป่วยรวมชนิดแรงดันลบ (Cohort Ward) ที่หอผู้ป่วยชั้น 5 อาคารสิรินธร โดยใช้ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) มีจำนวน 8 ห้อง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการมากต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยนำเทคโนโลยีไร้สาย IoT (Internet of things) มาใช้ในการบันทึกการวัดสัญญาณชีพ แบบทันที ต่อเนื่อง จากห้องผู้ป่วย พร้อมเชื่อมโยงกับระบบ Telemedicine เพื่อให้แพทย์ พยาบาลสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ป่วยได้แบบปัจจุบัน (Real time) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ม.นเรศวรเปิดใช้"NU Hospitel"

2.โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยนเรศวร (Naresuan University Field Hospital) ณ บริเวณ ชั้น 1 อาคารฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยนเรศวร (ด้านหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร) ซึ่งมีคุณภาพของห้องเกือบเทียบเท่าหอผู้ป่วยรวมชนิดแรงดันลบ (Cohort Ward) ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์มาช่วยออกแบบคุณสมบัติ และกำกับดูแลคุณภาพการก่อสร้าง สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวน 20 เตียง แบ่งเป็นหอผู้ป่วย ชาย 10 คน หอผู้ป่วยหญิง 10 คน ภายในติดตั้งกล้องวงจรปิด มีห้องตรวจติดตามอาการผู้ป่วยกลาง (Central Patient Monitoring Station) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคงที่


ม.นเรศวรเปิดใช้"NU Hospitel"




 3.NU Hospitel มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับความร่วมมือจากจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงหอพักนิสิต จำนวน 1 หลัง สามารถรองรับได้ จำนวน 132 เตียง สำหรับผู้ป่วยที่อาการดี ในส่วนหอพักนี้เมื่อใช้งานแล้วเสร็จ จะมีการพ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยสำหรับนิสิตที่จะเข้าพักต่อไป

ม.นเรศวรเปิดใช้"NU Hospitel"