แพทย์เตือนหญิงตั้งครรภ์ดูแลตัวเองให้ดี หากได้รับเชื้อโควิด 19 ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เพราะภูมิคุ้มกันลด แนะฉีดวัคซีนป้องกันความรุนแรงหากติดเชื้อ ทั้งนี้ตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์และหญิงตั้งครรภ์

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดเดือนเมษายน 2564 พบว่ามีการแพร่ระบาดที่รวดเร็ว ไม่แสดงอาการชัดเจน หรือบางรายไม่แสดงอาการเลย ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนกังวลว่าจะติดเชื้อโควิด -19 โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าเดิม เพราะติดเชื้อง่ายและอาการรุนแรงกว่าผู้คนทั่วไป
ผศ.นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การตั้งครรภ์ในสภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถือเป็นความยากลำบากของหลายคู่ที่กำลังวางแผนครอบครัว รวมถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ตลอดระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่ไวรัสไวรัสโควิด 19 ระบาด มีข้อมูลพบว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีอาการไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่ประเด็นสำคัญคือเมื่อหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อแล้วจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป เช่น ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว อัตราการเสียชีวิตมากขึ้นด้วย เนื่องจากช่วงการตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการปรับตัว โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันน้อยลง ทำให้ร่างกายรับเชื้อได้ง่ายกว่าคนไม่ท้องและรุนแรงขึ้น


แพทย์เตือนคนท้องระวังติดโควิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

แพทย์เตือนคนท้องระวังติดโควิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง



สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด หลักการรักษา ดูแลไม่ต่างกัน แต่การเฝ้าระวังจะมากขึ้นกว่าปกติ เพราะต้องคำนึงถึงเด็กในท้องด้วย โดยเฉพาะการให้ยาจะส่งผลกระทบต่อเด็กในท้องหรือไม่นั้น เนื่องจากยังมีข้อมูลน้อยตอบยาก แต่ที่ผ่านมาการให้ยาต้านไวรัสกับหญิงตั้งครรภ์ โอกาสที่ส่งผลกระทบกับทารกในครรภ์นั้น ข้อมูลยังมีอยู่น้อย ซึ่งที่ผ่านมาการให้ยาต้านไวรัสจะให้ประโยชน์มากกว่า ข้อมูลปัจจุบัน การให้ยารักษามีประโยชน์มากกว่าโทษ จึงจะให้ยารักษา ส่วนผลกระทบจะเกิดขึ้นหรือไม่ต้องมีการรวบรวมข้อมูลต่อ

"คำถามที่มีมากที่สุด คือ การฉีดวัคซีนขณะที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากมีความกังวล ว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ สำหรับประเด็นนี้ วัคซีนใช้มายังไม่ถึงปี ข้อมูลที่จะการันตีว่าวัคซีนที่จะใช้ฉีดในคนท้องจะปลอดภัยยังไม่สามารถการันตีได้ ในทางปฏิบัตินั้นเมื่อมีคุณแม่มาปรึกษาจะให้คำแนะนำว่าการตัดสินใจฉีดวัคซีนจะต้องเป็นการร่วมตัดสินใจระหว่างแพทย์ที่ดูแลและคุณแม่ สำหรับหมอแนะนให้คุณแม่ฉีด ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของวัคซีน เช่น ซิโนแวค เป็นเชื้อตาย เมื่อศึกษาแล้วพบว่าหลักการเหมือนกับการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีความเห็นว่าประโยชน์ของวัคซีนมีมากกว่าโทษก็จะแนะนำให้คุณแม่ฉีดภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ดูแล เพราะเมื่อฉีดวัคซีนแล้ว โอกาสที่จะติดเชื้อมีน้อยลง หรือหากติดเชื้อการแสดงอาการจะน้อยลง จะส่งผลกระทบกับเด็กในท้องลดลงด้วย ความเสี่ยงที่ได้ระหว่างการตั้งครรภ์นั้นให้เป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณแม่กับหมอที่ดูแลเป็นสำคัญ ส่วนวัคซีนชนิดอื่น จากข้อมูลของต่างประเทศระบุว่าปลอดภัยเช่นกัน"

ตลอด 2 ปีที่มีการระบาดของโควิด-19 แพทย์ยังไม่เคยทำคลอดคุณแม่ที่ติดเชื้อโควิด 19 มีเพียงได้ดูแลหญิงที่เป็นกลุ่มเสี่ยง อยู่ในช่วงที่รอผลตรวจโควิด ซึ่งการดูแลต้องมีมาตรฐานในการดูแลคุณแม่ รวมไปทั้งการป้องกันบุคลากร ที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ได้วางแผนการทำงานหากพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิดเข้ามารับการรักษา
นอกจากนี้แพทย์จะไม่ลดการนัดคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพราะการติดตามพัฒนาการของเด็กในท้องและคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีความสำคัญเช่นกัน นอกจากนี้หากคุณแม่เดินทางไปในจังหวัดกลุ่มเสี่ยง หรือสัมผัสกับญาติที่เสี่ยงติดเชื้อ หญิงตั้งครรภ์ต้องกักตัว 14 วัน ระหว่างนี้หากมีอาการผิดปกติให้แจ้งแพทย์ที่ไปฝากครรภ์ เมื่อกักตัวครบ 14 วัน กลับมาฝากครรภ์ได้ตามปกติ แต่หากช่วงการกักตัวมีภาวะผิดปกติ เช่น น้ำเดิน เจ็บท้อง สามารถเดินทางมาโรงพยาบาลได้ตลอด 24 ชั่วโมง แพทย์จะมีวิธีการคัดกรอง และแยกคุณแม่ท่านนี้ไปอยู่ในสถานที่ที่ป้องกันการติดเชื้อได้

"หากพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ารับการรักษาตัว และเตรียมคลอดทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์เตรียมพร้อมทีมแพทย์-พยาบาลที่ดูแล 4 ทีม รับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน คือ สูตินารีแพทย์ กุมารแพทย์ อายุรแพทย์ และวิสัญญีแพทย์ ในกรณีที่ต้องผ่าตัดคลอด รวมถึงพยาบาลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดูแลคนตั้งครรภ์ ทั้งนี้ก็จะจำกัดบุคลากรที่เข้าไปดูแล เพราะป้องกันไม่ให้บุคลากรติดเชื้อด้วยเช่นกัน พร้อมกับยกระดับการคัดกรองทั้งคนท้อง ลดการเข้าออกโรงพยาบาลของญาติ หรือสามี ซักประวัติและดูอาการ หากเดินทางมาจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยงจะตรวจคัดกรองทุกรายยที่มาฝากครรภ์ด้วย"ผศ.นพ.เกียรติศักดิ์ กล่าว

แพทย์เตือนคนท้องระวังติดโควิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง



นอกจากนี้ ผศ.นพ.เกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นี้ ถือว่าเป็นช่วงความยากลำบากในการพบแพทย์ เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง ขอแนะนำคู่กำลังจะแต่งงาน และคู่สามี ภรรยา ที่กำลังวางแผนมีบุตรในระยะการแพร่ระบาดของโควิด- 19 ว่า ขอให้ติดตามสถานการณ์แนวโน้มการแพร่ระบาดของโควิดเป็นอย่างไร หากประเมินแล้วสามารถเลื่อนการตั้งครรภ์ออกไปก่อนได้ แล้ววางแผนตั้งครรภ์ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดลดน้อยลง สามารถควบคุมการระบาดได้ มีความพร้อมด้านวัคซีนเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจและกังวลน้อยลง แต่หากมีการตั้งครรภ์แล้ว แต่ต้องเคร่งครัดในการดูแลตัวเอง ดูแลคนรอบข้าง ติดตามข่าวสารสถานการณ์ ฝากครรภกับสูตินารีแพทย์

"จากการรวบรวมข้อมูลทั่วโลก พบว่า เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว พบว่าร้อยละ 2 ลูกในท้องมีโอกาศติดเชื้อ ถือว่าจำนวนการติดเชื้อน้อย ซึ่งในจำนวนร้อยละ 2 นี้ เด็กไม่มีอาการรุนแรง แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่อคุณแม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้ว หากคุณแม่ติดโควิดการดูแลจะยากลำบาก อาจจะต้องผ่าตัดคลอด คลอดก่อนกำหนด เพราะคุณแม่อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เมื่อคลอดแล้วต้องแยกคุณแม่กับลูก ให้คุณแม่ปลอดภัยแล้วจึงจะให้นมได้" ผศ.นพ.เกียรติศักดิ์ กล่าว


แพทย์เตือนคนท้องระวังติดโควิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง