พายุร้อนพัดถล่ม2 ตำบล 6 หมู่บ้าน คือ ต.หนองแสง และ ต.แสงสว่าง เบื้องต้นมีบ้านเรือนเสียหายรวม 110 หลัง โดยพายุฝนที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงนาน 30 นาที ทำให้หลังคาสังกะสีบ้านเรือนหลุดปลิวว่อน รวมทั้งยุ้งข้าว ต้นไม้ ต้นยางพารา ได้รับความเสียหาย

31 มีนาคม 2564 ที่บ้านโคกสว่าง ม.2 ต.หนองแสง อ.หนองแสง หลังจากโดนพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมื่อช่วงเย็นวานนี้ สร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านใน 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน คือ ต.หนองแสง และ ต.แสงสว่าง เบื้องต้นมีบ้านเรือนเสียหายรวม 110 หลัง โดยพายุฝนที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงนาน 30 นาที ทำให้หลังคาสังกะสีบ้านเรือนหลุดปลิวว่อน รวมทั้งยุ้งข้าว ต้นไม้ ต้นยางพารา พืชสวนทางการเกษตร และเสาไฟฟ้าหักโค่น 4 ต้น ทำให้ชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยทาง เจ้าหน้าที่ กฟภ.อุดรธานี เร่งเข้าไปติดตั้งเสาไฟฟ้าใหม่ ที่ทางเข้าหมู่บ้านโคกสว่าง เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ไฟฟ้า หลังจากไม่มีไฟฟ้าใช้มาตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้ 

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 2ตำบล บ้านพัง110หลัง

  
โดยความเสียหายที่บ้านโคกสว่าง ต.หนองแสง มีบ้านเรือนพังเสียหายหนัก 11 หลัง และส่วนใหญ่เสียหายเล็กน้อยถึงปานกลาง ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อรายงานไปยังอำเภอและจังหวัด ในการให้ความช่วยเหลือ ขณะที่กำลังทหาร มทบ.24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือช่วยบ้านที่ประสบวาตภัยครั้งนี้ ด้วยการเก็บข้าวของ เศษใบไม้ต้นไม้ที่หักโค่น และซากหลังคาสังกะสีที่ติดอยู่ตามสายไฟฟ้า และปลิวลงไปในทุ่งนาบางส่วน 

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 2ตำบล บ้านพัง110หลัง


  

ส่วนการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเบื้องต้น ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านโคกสว่าง ได้นำเครื่องปั่นไฟมาปั่นไฟฟ้าชั่วคราว เพื่อให้บริการแก่ลูกบ้าน สำหรับชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ และไฟฉาย หากคืนนี้ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ โดยพายุร้อนครั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต  

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 2ตำบล บ้านพัง110หลัง



นายคำพันธ์ ทองเจริญ อายุ 62 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกสว่าง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนไปรับจ้างต่อเติมบ้านที่ห่างจากบ้านของตนราว 200 เมตร มองเห็นท้องฟ้ามืดดำทะมึน สักพักก็มีฝนตกลงมา ต่อด้วยลมพายุพัดหมุนอย่างรุนแรงราว 30 นาที ซึ่งน่ากลัวอย่างมาก ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นพายุพัดรุนแรงขนาดนี้ ยอมรับว่ากลัวมาก และรีบวิ่งหลบเข้าไปในบ้านของนายจ้าง เมื่อพายุสงบตนก็เดินออกมา เห็นสังกะสีหลังคาบ้านปลิวไปติดอยู่สายไฟฟ้าจำนวนมาก ส่วนบ้านของตนก็ถูกแรงพายุพัดหลังคาหายไปครึ่งหนึ่ง ปลิวไปตกอยู่กลางทุ่งนาห่างจากตัวบ้าน 100 กว่าเมตร โดยตอนเกิดพายุไม่มีใครกล้าใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิป เพราะกลัวถูกฟ้าผ่า ตอนเห็นสภาพบ้านทีแรก คิดว่าภรรยากับหลานสาวคงไม่รอด แต่ก็ปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ   
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากจะเกิดพายุฤดูร้อนที่ อ.หนองแสง ในช่วงเวลาเดียวกันในพื้นที่ บ้านคำภูเงิน ต.บ้านตาด อ.บ้านดุง จงอุดรธานี เกิดพายุร้อนพัดถล่มบ้านเรือนเสียหายในเบื้องต้น 7 หลังคาเรือน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง อ.บ้านดุง กำลังสำรวจความเสียหายรายงานมาทางจังหวัด เพื่อเข้าไปช่วยเหลือต่อไป 

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 2ตำบล บ้านพัง110หลัง