ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เผยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคำสั่งให้เปิดจุดผ่อนปรน 5 แห่งให้การค้าไทย-เมียนมาเดินหน้าต่อ หลังจากปิดชั่วคราวมาหลายเดือน แต่ยังไม่อนุญาตให้คนหรือยานพาหนะเข้าออก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระบุปี 2563 มูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ลดลงกว่าร้อยละ 40 เหลือเพียง 380 ล้านบาท

ผู้ว่าฯไฟเขียวเปิด5จุดผ่อนปรนไทย-เมียนมา




             นายบัณฑิต นิลอุดมศักดิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังจากที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราว ทั้ง 5 แห่ง ที่เชื่อมต่อกับประเทศเมียนมา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 ทำให้บรรยากาศการค้าชายแดนเป็นไปด้วยความเงียบเหงา โดยในปี 2563 มูลค่าการค้ารวม ไทย-เมียนมา ลดลงเหลือเพียง 380 ล้านบาท เมื่อเทียบปี 2562 มีมูลค่าการรวมไทย-เมียนมา 840 ล้านบาท แต่ล่าสุด ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีคำสั่งให้กลับมาเปิดจุดผ่อนปรน เพื่อการค้าเท่านั้น โดยยังไม่อนุญาตให้มีการเข้าออกของบุคคล หรือยานพาหนะ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีที่จะสามารถทำการค้าชายแดนได้ ภายใต้การปฎิบัติตามาตรการการป้องกันเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ผู้ว่าฯไฟเขียวเปิด5จุดผ่อนปรนไทย-เมียนมา



            รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงนามในคำสั่งให้เปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อบรรเทาผลกระทบ และขับคลื่อนเศรษฐกิจการค้าชายแดน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ประกอบด้วย 1.จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางห้วยต้นนุ่น หมู่ที่ 4ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม, 2.จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านเสาหิน หมู่ที่ 3 ตำบลเสาหิน อำเกอแม่สะเรียง 3.จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านแม่สามแลบ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย 4.จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยผึ้ง หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง และ5.จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านน้ำเพียงดิน หมู่ที่ 3 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง 


ผู้ว่าฯไฟเขียวเปิด5จุดผ่อนปรนไทย-เมียนมา

                   ในการเปิดจุดผ่อนปรนการค้านั้น ให้ดำเนินได้เฉพาะการนำเข้า - ส่งออกสินค้า โดยให้ทำการขนถ่ายสินค้า บริเวณจุดผ่อนปรนที่กำหนดเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้มีการข้ามแดนของบุคคล และยานพาหนะ ผ่านช่องทางจุดผ่อนปรนการค้าทุกแห่ง รวมทั้งช่องทางธรรมชาติ ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาตของเชื้อโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยการส่งออกนำเข้าสินค้าทั่วไปอุปโภค - บริโภค ผู้ประกอบการต้องยื่นคำร้องต่อศุลกากร ให้ทางศุลกากรปฏิบัติพิธีการทางศุลกากร ตรวจสินค้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนสินค้าเกี่ยวกับความมั่นคง และสินค้าที่นอกเหนือจากสินค้าอุปโภค - บริโภคทั่วไป ต้องแจ้งเรื่องมายังผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
                   ส่วนการขนย้ายสินค้านั้น แยกตามสภาพฟื้นที่การขนย้าย 2 ประเภทคือ สินค้าที่ขนส่งทางบก และสินค้าที่ขนส่งผ่านทางน้ำ โดยได้มีการจัดจุดเชฟตี้โซนไว้ ซึ่งการขนส่งสินค้า จัดให้รถของผู้ส่งออก (ฝ่ายไทย) และผู้รับสินค้า (ฝ่ายเมียนมา) ให้รถท้ายชนท้าย มีการใช้แรงานขนส่งสินค้าฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ห้ามมิให้มีการสัมผัสกันระหว่างบุคคล ไทย - เมียนมา  ส่วนผู้ประกอบการ คนขับรถ คนขนส่งสินค้า ให้ลงทะเบียน ณ จุดรับลงทะเบียน หรือ จุดตรวจ ก่อนถึงช่องทางส่งออกสินค้า โดยเจ้าที่ อส., ทหาร, ศุลกากร และสาธารณสุข จะบูรณาการในการตรวจดูสินค้าและบุคคล