ตำรวจนครบาลเตรียมถอดภาพการชุมนุมบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐเมื่อวานนี้ ระบุเข้าข่ายกระทำผิดหลายข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน , พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ , พ.ร.บ.จราจร , ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่ก่อนจนกว่าสถานการณ์ข่าวจะเชื่อได้ว่าไม่มีเหตุความวุ่นวาย

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงการดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมทางการเมืองบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อช่วงบ่ายไปจนถึงค่ำวานนี้(30มี.ค.)ว่า ภาพรวมถือว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปโดยสงบได้ มีเหตุกระทบกระทั่งเล็กน้อย จากกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มหลังที่พยายามไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่ ต้องมีการเจรจาขอความร่วมมือหลายครั้ง จึงยอมไปอยู่ในจุดที่กำหนด ส่วนเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมาย ในช่วงนี้ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ และตามคำสั่งก็ระบุชัดเจนตามมาตรา 9 เรื่องการห้ามมิให้มีการชุมนุม มั่วสุม หรือทำกิจกรรมใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทำให้ต้องมีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่มอย่างน้อยใน 2 ข้อหา คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเสี่ยงต่อการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อส่วนจะมีบุคคลใดเข้าข่ายต้องถูกดำเนินคดีบ้าง ต้องรอผลการตรวจสอบการภาพ คลิปวีดีโอ ก่อน นอกจากนี้ยังมีข้อหาอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาด้วย เช่น กรณีการไม่ปฏิบัติตามประกาศ พยายามฝ่าฝืนก่อความวุ่นวายในการชุมนุม ก็ต้องนำไปพิจารณาว่ามีกี่คนที่เข้าข่ายต้องถูกดำเนินคดี เป็นความผิดฐานพยายาม หรือกระทำการ ส่วนความผิดฐานกีดขวางจราจร แม้ผู้ชุมนุมจะอ้างว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำตู้คอนเทนเนอร์ไปวางกีดขวางเอง แต่ในข้อเท็จจริง ยังมีการเปิดการจราจรบางส่วนตามปกติอยู่ อีกทั้งผู้ชุมนุมได้ลงไปทำกิจกรรมบนพื้นผิวถนน ไม่ปฏิบัติตามคำเตือนที่ประกาศให้อยู่บนทางเดินเท้า ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีข้อหานี้ด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สำคัญทางราชการ หลังยุติการชุมนุมเมื่อวานนี้ ในเวลา 22 นาฬิกา ก็ได้ให้เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์บนสะพานชมัยมรุเชฐออก เพื่อเปิดการจราจรกลับมาเป็นปกติ แต่บริเวณข้างคลองผดุงกรุงเกษม ที่ผู้ชุมนุมเคยใช้เป็นสถานที่ตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้า ยังคงให้เจ้าหน้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย จนกว่าสถานการณ์ข่าวจะเชื่อได้ว่าไม่มีเหตุความวุ่นวายใดๆ