ทายาทตระกูลดังหมื่นล้าน 1 ใน 5 เสือธุรกิจยักษ์ใหญ่สิ่งทอไทย โอดถูกโจมตีไม่ใช่คนพื้นที่ พร้อมเร่งทำความเข้าใจประชาชน ยันเป็นลูกหลานชาวชัยภูมิ และพร้อมแล้วที่อยากอาสาออกมาตอบแทนคุณแผ่นดินเมืองเจ้าพ่อพญาแลด้วยความจริงใจ

23 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ จ.ชัยภูมิ บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ หลังมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ในระหว่างวันที่ 8-12 ก.พ.64  ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้มีเลือกตั้งพร้อมกันทั้งจังหวัดรวม 36 แห่ง ในวันที่ 28 มี.ค.64 ที่จะถึงนี้  หลังได้มีการปิดรับสมัครเสร็จสิ้นลงแล้ว รวมมีผู้สมัครชิงนายกฯใน 36 แห่ง รวม 83 คน (มีได้เพียง36คน) ส่วนสมาชิกสภาเทศบาลมีผู้สมัครทั้งหมดรวม 874 คน และโดยเฉพาะในเขตพื้นที่น่าจับตาในครั้งนี้มากสุดก็คือในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีผู้สมัครชิงนายกฯรวม 3 คน จาก 3 ทีม ที่เตรียมจัดทีมลงมาสู้ศึกในครั้งนี้ที่ต้องบอกว่ามีการว่างเว้นการเลือกตั้งในสนามนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งนี้ประชาชนในพื้นที่จับตามากที่สุด  สำหรับผู้สมัครชิงนายกเทศบาลเมืองชัยภูมิ 3 คน มีได้ 1 ตำแหน่ง สามารถมีสมาชิกสภาเทศบาลได้รวม 18 คน ใน 3 เขตเลือกตั้ง (มีได้เขตละ 6 คน )มีผู้สมัคร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชัยภูมิ หรือ ส.ท.ครั้งนี้รวม 47 คน มี 47 หน่วยเลือกตั้งใน 29 ชุมชนเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ  

ทายาทตระกูลดังหมื่นล้าน ผู้สมัครชิงนายกเล็กชัยภูมิหาเสียงคึกคัก


สำหรับผู้สมัครชิงนายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ ในครั้งนี้ รวม 3 คน คือ  หมายเลข 1 คือ นายสานนท์  ด่านภักดี อายุ 60 ปี อดีตรองอธิการบดี ม.ราชภัฏชัยภูมิ และยังมีสายฐานการเมืองจากพรรคเพื่อไทยบางส่วนในพื้นที่ให้การสนับสนุน ลงสมัครในนามกลุ่มสานนท์เปลี่ยนเมืองชัยภูมิ ส่งลูกทีมลงเพียงครึ่งสภาฯเพียงทีมเดียวที่ส่งไม่ครบ รวม 9 คน ใน 3 เขตๆละ 3 คน ซึ่งก็ลงพื้นที่หาเสียงในหลายพื้นที่กันต่อเนื่อง  ตามมาด้วยหมายเลข 2 นายบรรยงค์  เกียรติก้องชูชัย อายุ 53 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ แชมป์เก่าหลายสมัยมาตั้งแต่ปี 2547 มาจนถึงสมัยล่าสุดที่มีฐานการเมืองทั้งเครือญาติมีน้องชายเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.อบจ.ในพื้นที่  ทายาทเศรษฐีหลายพันล้านในเครือธุรกิจเจริญฟาร์มมาซี ของครอบครัวเก่าแก่ตระกูลดังเมืองชัยภูมิ มายาวนาน ที่ครั้งนี้ส่งลูกทีมครบทุกเขต 18 คน เพื่อรักษาแชมป์ให้ได้อีกครั้งอย่างเต็มที่ และครั้งนี้มาในนามทีมชื่อทีม "กลุ่มลูกแม่น้อย"ซึ่งเป็นมารดาของตนเอง  

และสุดท้ายหมายเลข 3 นายธีวรา  วิตนากร อายุ 56 ปี อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ชัยภูมิ และทายาทเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ติด 1 ใน 5 เสือสิ่งทอของประเทศไทย  ในเครือบริษัท ไฮ-เทค ชัยภูมิ แอพพาเรล จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจโรงงานเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออกชื่อดังของประเทศไทยในระดับหมื่นล้านบาท ที่มีเครือข่ายตั้งฐานโรงงานทั้งในจังหวัดชัยภูมิ ในประเทศไทยและในเพื่อนบ้านใกล้เคียงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นสีสันคู่แข่งที่น่าจับตา เองก็ได้ขออาสามาเป็นอีกทางเลือกใหม่ให้กับชาวเมืองชัยภูมิ  ซึ่งเขาเองก็เปิดใจว่าในครั้งนี้ก็โดนกระแสออกมาโจมตีว่าไม่ใช่คนชัยภูมิ  

ทายาทตระกูลดังหมื่นล้าน ผู้สมัครชิงนายกเล็กชัยภูมิหาเสียงคึกคัก



จึงจำเป็นต้องลงพื้นที่ออกชี้แจงพบปะประชาชนในทุกพื้นที่ให้มากขึ้น และยืนยันว่าตนเองเป็นชาวชัยภูมิ ตั้งแต่มาลงหลักปักฐานมาสร้างมาตั้งโรงงานที่ จ.ชัยภูมิ มาเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ลงทุนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิไปแล้วก็หลายพันล้านบาท และมาช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวชัยภูมิ คนในพื้นที่มีงานทำก็อีกหลายพันคน  พร้อมทั้งย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มาตั้งแต่ปี 2552 และตนเองก็รักชัยภูมิและยืนยันว่าตนเองก็คือชาวชัยภูมิคนหนึ่ง เมื่อมีเวทีการเลือกตั้งสิ่งไหนที่ตนเองพอจะทำพอจะช่วยได้ ก็ต้องช่วยเหลือผู้อื่นและตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่ตัวเองอยู่ โดยเฉพาะสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองชัยภูมิ คือ เจ้าพ่อพญาแล ที่ตนเองรักและเคารพไม่น้อยกว่าคนชัยภูมิทั้งหมดด้วยเช่นกัน โดยตนพร้อมพัฒนาเมืองชัยภูมิในทุกด้านๆ 

ทายาทตระกูลดังหมื่นล้าน ผู้สมัครชิงนายกเล็กชัยภูมิหาเสียงคึกคัก