22 กุมภาพันธ์ 2564 นายรัฐพล โพธิ์นิยม เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนนครพนมอยู่ที่บ้านยอดชาด ตำบลยอดชาด อำเภอวังยาง ซึ่งเดิมทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และทำงานภาคเอกชนมาโดยตลอด กลับมาอยู่บ้านหลังเจอปัญหาโควิด- 19 โดยก่อนที่จะกลับมาได้คุยกับเพื่อนซึ่งเป็นนักวิจัยอยู่ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สวทช. อยู่ในส่วนของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการพัฒนาในเรื่องของพันธุ์ข้าว ในระดับโมเลกุลพันธุ์ข้าวหรือยีน ว่าอยากได้พันธุ์ข้าวเหนียวไปปลูกทดลองที่บ้าน จึงได้รู้จักกับข้าวหอมนาคาที่ทางศูนย์ฯ กำลังวิจัย
โดยข้าวพันธุ์นี้จะปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง เนื่องจากตัวคุณสมบัติของข้าวเองเป็นข้าวประเภทไม่ไวแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 130 - 140 วัน ผลผลิตเฉลี่ยในฤดูนาปีประมาณ 800-900 กิโลกรัมต่อไร่ โดยคุณสมบัติเด่นของข้าวคือ เหนียวนุ่มเหมือนข้าวเหนียว กข 6 มีกลิ่นหอม สามารถทนน้ำท่วมฉับพลันได้ 10 วัน สามารถทนแล้งได้ หรือจะเรียกว่าข้าวสะเทินน้ำสะเทินบกก็ได้ ที่สำคัญคือต้นไม่สูงมากทำให้เวลาเก็บเกี่ยวจะไม่ล้ม โดยต้นจะสูงเต็มที่ประมาณ 125 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการต้านทานโรคใบไหม้ ซึ่งเป็นโรคพื้นถิ่นทางอีสานและโรคขอบใบแห้ง