จากกรณีที่นางนิภาพรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ถือทะเบียนสมรสเข้าไปบุกงานแต่งของบ่าวสาวคู่หนึ่ง โดยระบุว่าฝ่ายชายคือสิบตำรวจเอก อายุ 34 ปี ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท สามีของเธอ ที่จดทะเบียนสมรสและอยู่กันกันมา 16 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่แอบมาแต่งงาน กับสาวอื่น จนเกิดภาพที่มีการโต้เถียงกับฝ่ายชาย ที่เธอระบุว่าเป็นสามีแต่ฝ่ายชายและเจ้าสาวกลับทำท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว และไล่เธอออกจากงาน ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า วันที่ 18 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมานั้น



มีรายงานข่าวล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 ก.พ. 2564 โดยรายงานข่าวนี้อ้างอิงมาจาก ทีมข่าว sanook.com ที่ได้ประสานติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับตำรวจหนุ่มนายนี้เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์แบบซึ่งหน้า โดยทางตำรวจหนุ่ม เปิดเผยว่าในเรื่องความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด 

ขอยืดอกรับว่า ตนเองที่เป็นคนผิดเพียงผู้เดียว ตนเป็นคนก่อปัญหา ตนขอยืดอกรับผิดอย่างลูกผู้ชาย และขอร้องว่าอย่าไปโทษหรือด่าฝ่ายเจ้าสาวเพราะเค้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ถ้าอยากด่า อยากโทษ ให้มาด่ามาโทษตนพียงคนเดียวเพราะทุกวันนี้ทุกคนก็เครียดและอับอายมากพอแล้ว

"อย่าโทษ อย่าด่าผู้หญิง ต่อจากนี้ ขออยู่ตรงกลาง ไม่เลือกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ส่วนลูก 2 คน จะส่งเสียจนถึงที่สุด ขณะที่เจ้าสาวคนใหม่..ถูกนายจ้างให้พักงาน!!"

นายตำรวจหนุ่มแต่งงานซ้อน เผยแล้ว "ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ต้นสังกัดเตรียมสั่งสอบวินัยแล้ว!!

ส่วนในเรื่องที่จะกลับไปคืนดีหรือปรับความเข้าใจกับภรรยาหรือไม่ได้รับคำตอบว่าเมื่อเหตุการณ์บานปลายมาขนาดนี้ ตนเองขออยู่เป็นคนกลาง อยู่ตรงกลางเลือกที่จะไม่อยู่กับใครทั้งสิ้น ส่วนลูกสาวทั้ง 2 ตนตนเองยืนยันว่าจะส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดีตามหน้าที่ของพ่ออย่างสุดกำลัง


ขณะเดียวกันมีรายงานว่าทางร้านทองในห้างสรรพสินค้าในเมืองชัยนาท ที่เจ้าสาวตามคลิปทำงานอยู่นั้น ได้มีคำสั่งพักงานพนักงานรายดังกล่าวโดยไม่มีกำหนดมีผลตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย


อีกด้านหนึ่ง จับตาที่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายชาย(นายตำรวจ/คุณสามี) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางพ.ต.อ.ปฏิกรณ์หาญหัตถกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท ยังขอไม่ให้สัมภาษณ์แต่เปิดเผยข้อมูลสั้นๆว่า วันนี้ ตำรวจหนุ่มคนที่เป็นข่าวดังกล่าว วันนี้ลาราชการไม่ได้เดินทางมาทำงาน และขณะนี้ได้รับทราบเพียงข้อมูลจาก การนำเสนอข่าวเท่านั้นยังไม่มีข้อมูลอะไรมาก


ขณะเดียวกัน หน่วยงานต้นสังกัด คือ สภ.เมืองชัยนาท ได้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วหลังจากนี้ก็จะเรียกฝ่ายชายที่เป็นตำรวจ และฝ่ายหญิงซึ่งเป็นภรรยาที่มีทะเบียนสมรสมาสอบสวนข้อเท็จจริง ตรวจสอบเอกสาร ใบทะเบียนสมรส เรื่องนี้ไม่ใช่คดีอาญาแต่เป็นความผิดทางวินัย ต้องดูว่าเข้าระเบียบข้อไหนถึงขั้นจะไล่ออกจากราชการหรือไม่ แต่หากถามว่าผิดหรือไม่ ตอบได้เลยว่าผิดแล้วขั้นตอนจากนั้นก็จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบต่อไป