ลุง รปภ.โรงพยาบาลดัง เปิดใจหลังถูกคนไข้ทำร้ายร่างกาย เผยเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์รพ.แจ้งให้มาระงับเหตุ ยังไม่ทันได้พูดจาถูกทำร้ายก่อน ย้อนถาม"เป็นคน มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน" พูดกันดีๆก็น่าจะเข้าใจกันได้ เจ้าตัวเผยตรวจร่างกายเย็นนี้ ก่อนนำผลส่งให้ตำรวจประกอบสำนวนคดี

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปภาพชายคนหนึ่งเข้าไปทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ รปภ. ของ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สองราย โดยในโพสต์ดังกล่าวมีการระบุว่าผู้ก่อเหตุรายนี้คือลูกค้าที่เข้ามารับบริการ แต่เกิดอาการไม่พอใจบางประการจนก่อเหตุดังกล่าว
โดยนายสมพร พลีดี อายุ 53 หนึ่งในเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัย ที่ถูกทำร้ายร่างกายในครั้งนี้  เปิดใจว่า ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง 8 โมงเช้า ปกติจะอยู่ด้านนอกโรงพยาบาล แต่ในช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ  5 ทุ่มครึ่ง เจ้าหน้าที่เค้าน์เตอร์ของ โรงพยาบาลแจ้งขอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เข้ามาในพื้นที่โรงพยาบาลเนื่องจากมีลูกค้าโวยวาย เมื่อตนและเพื่อนๆเข้าไปถึงก็ถูกลูกค้าชายบุกเข้ามาทำร้ายร่างกาย หลายครั้ง ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรด้วยซ้ำ ตอนนี้ทำได้แค่ป้องกันตัวไม่ได้ต่อสู้ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหันไปทำร้ายร่างกายเพื่อน รปภ. อีกคน ซึ่งก็มาจากนอกอาคาร เช่นเดียวกับตน แต่คนละด้าน ซึ่งเพื่อนรปภ.ของตน ก็ยังไม่ได้พูดอะไรกับผู้ก่อเหตุเลย

เปิดใจ รปภ.โรงพยาบาล หลังถูกคนไข้ทำร้ายร่างกาย


นายสมพร ยังระบุอีกว่า ส่วนตัวปฏิบัติหน้าที่ที่ โรงพยาบาลแห่งนี้มา 13 ปี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางผิดใจกับใคร และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมาทำร้ายตนเอง เพราะยังไม่ได้แม้แต่จะพูดอะไรกัน แต่ก็เข้ามาถูกทำร้ายร่างกายตามคลิป 

เปิดใจ รปภ.โรงพยาบาล หลังถูกคนไข้ทำร้ายร่างกาย


"อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่าเหตุใดจึงเข้ามาทำร้ายร่างกาย ผมก็เป็นคน มีศักดิ์ศรีเหมือกัน ไม่พอใจทำไมไม่พูดคุยกันดีๆซึ่งหากมีการเข้ามาขอโทษ ตนเองก็พร้อมรับ "นายสมพรระบุ

นายสมพร บอกอีกว่า ่ในส่วนของต้นสังกัดยังไม่มีการแจ้งว่าจะเข้ามาดำเนินการใดๆ มีแต่การแจ้งว่า ให้เข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อส่งผลการตรวจประกอบสำนวนคดี ในช่วงเย็นวันนี้ ก่อนจะเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งได้แจ้งความไว้แล้วที่ สน.มักกะสัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการแจ้งความเอาผิด นายธนกร ดุสิตนพคุณ อายุ 42 ปี ลูกค้าที่เข้ารับการรักษาและเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้
สำหรับผู้ก่อเหตุรายนี้ มีรายงานว่าเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรเวช ด้วยอาการแน่นหน้าอก และมีการรอผลตรวจเลือด เป็นระยะเวลานาน ประกอบกับก่อนเดินทางมาที่โรงพยาบาลมีการดื่มกินสุรา และมีอาการแน่นหน้าอก ภรรยาจึงมีการพามาที่โรงพยาบาลทำให้ลูกค้ารายนี้ไม่พอใจ จนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว