การเลือกตั้งซ่อม 3 สนาม ที่ประชาธิปัตย์หยิบมาอ้าง ก็คือ ขอนแก่น เขต 7 กำแพงเพชร เขต 2 และสมุทรปราการ เขต 5 ซึ่งทั้ง 3 เขต 3 จังหวัด พลังประชารัฐคว้าชัยได้ทั้งหมด ซึ่งมีทั้งรักษาแชมป์ และเอาชนะคู่แข่งเจ้าของพื้นที่เดิมได้แต่ประเด็นก็คือ ทั้ง 3 พื้นที่ ที่ประชาธิปัตย์ไม่ส่งลงเลือกตั้งซ่อมนั้น เมื่อครั้งเลือกตั้งใหญ่ ก็ได้คะแนนแบบที่เรียกว่า "รั้งท้าย"
โดยที่ขอนแก่น เขต 7 การเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. ปี 62 ประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นอันดับ 7 ได้คะแนนแค่ 889 คะแนน ขณะที่ผู้ชนะได้ไปถึง 29,710 คะแนนส่วนกำแพงเพชร เขต 2 การเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. ปี 62 ประชาธิปัตย์เข้าป้ายเป็นอันดับ 3 แต่คะแนนห่างจากผู้ชนะกว่า 20,000 คะแนน
เข่นเดียวกับ สมุทรปราการ เขต 5 การเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. ปี 62 ประชาธิปัตย์เข้าป้ายเป็นอันดับ 4 ได้คะแนน 6,954 คะแนน ขณะที่ผู้ชนะกวาดไปกว่า 4 หมื่นคะแนน ดังนั้นจากผลคะแนนที่มองเห็นแบบจะๆ ทำให้น่าคิดว่า การเลือกตั้งซ่อม 3 เขตที่ว่านี้ ประชาธิปัตย์ ไม่กล้าส่ง เพราะส่งไปก็แพ้ แต่กลับอ้างแบบหล่อๆ ว่า "มีมารยาททางการเมือง" หรือไม่
ที่สำคัญในความเป็นจริงแล้ว หลังเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ปี 62 มีการเลือกตั้งซ่อมและเลือกตั้งใหม่มาแล้ว 5 ครั้ง อีก 2 ครั้ง ที่ยังไม่พูดถึง คือ ลำปาง เขต 4 ประชาธิปัตย์ก็ไม่ส่งเช่นกัน เพราะได้คะแนนเมื่อตอนเลือกตั้งใหญ่ปี 62 เพียง 2,469 คะแนน ขณะที่ผู้ชนะกวาดไปกว่า 4 หมื่นคะแนน
อีกครั้งหนึ่งคือการเลือกตั้งซ่อมที่ นครปฐม เขต 5 เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ปี 62 ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัครลงแข่งกับพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน แล้วก็แพ้ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา เกือบ 3 หมื่นคะแนน โดยพรรคชาติไทยพัฒนา เอาชนะพรรคอนาคตใหม่ เจ้าของพื้นที่เดิมได้อีกด้วย