วันที่ 26 มกราคม 2564 ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ กล่าวถึงกรณีที่นางฐานิต ไนการ์ด อายุ 57 ปี ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์กล่าวหาใส่ความว่า "ถูกหลอกลวง" ทำศัลยกรรมจนหน้าเสียโฉมและได้เป็นโจทก์ฟ้อง ดร.เซปิง กับพวก 4 คน โดย ดร.เซปิง เป็นจำเลยที่ 1 เรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหายทุนทรัพย์ จำนวน 3,268,500 บาท ตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2559
ต่อมาศาลแพ่งนัดฟังคำพิพากษา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563มีรายละเอียดบางส่วนว่าดร.เซปิง ไม่เคยโฆษณาชวนเชื่อด้วยข้อความอันเป็นเท็จ รอยแผลของนางฐานิต ที่เกิดจากการเปิดผิวหนังเพื่อทำการดึงหน้า ตั้งแต่ขมับถึงติ่งหูเป็นรอยแผลที่มีลักษณะเรียบ สวย และเนียน จึงถือไม่ได้ว่านางฐานิต ได้รับความเสียหาย ก่อนผ่าตัดคิ้วด้านขวาของนางฐานิต ต่ำกว่าคิ้วด้านซ้ายอย่างชัดเจน หลังผ่าตัดคิ้วทั้งสองข้างของนางฐานิต อยู่ในระดับเดียวกัน ถือว่าสภาพใบหน้าของนางฐานิต บริเวณหน้าผากและคิ้วทั้งสองข้างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงว่า นางฐานิต มิได้รับความเสียหายในส่วนนี้
ส่วนนางฐานิต เบิกความว่าปัจจุบันยังคงรู้สึกเจ็บแปลบๆ และคันบริเวณขมับทั้งสองข้างนั้น เป็นการเบิกความลอย ๆ ไม่มีหลักฐานการไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการดังกล่าวมาแสดงต่อศาล นพ.เทพ เวชวิสิฐ ก็ไม่ได้เบิกความยืนยันว่านางฐานิต มาพบตนเพื่อรักษาอาการเจ็บและคัน และตามรายงานการตรวจชันสูตร ของโรงพยาบาลตำรวจ ก็มิได้ระบุถึงอาการเจ็บและคันตามที่นางฐานิตเบิกความ
นพ.เทพ พยานนางฐานิต เบิกความว่าหลังผ่าตัดจอนผมทั้งสองข้างของนางฐานิต หายไปเนื่องจากมีการดึงหนังหน้าตึงเกินไปนั้น เมื่อเปรียบเทียบภาพถ่ายของนางฐานิต ก่อนและหลังผ่าตัด แล้ว ปรากฏว่าบริเวณจอนผมทั้งสองข้างของนางฐานิต มิได้หายไปและไม่ปรากฏว่ามีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากก่อนการผ่าตัดแต่อย่างใด จึงไม่อาจรับฟังว่านางฐานิต ได้รับความเสียหายในส่วนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน