นางคำพุ อารยางกูร อายุ 52 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเลิกรากับสามีมานานมากแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน คนที่ 1 นางสาวฉันทกานต์ อารยางกูร หรือน้องมายด์ ผู้ป่วยติดเตียง พิการขาซ้าย อายุ 28 ปี คนที่ 2 ชื่อ นายสุรกิจ อารยางกูร อายุ 25 ปี พิการแขนซ้ายขาด 1 ข้าง โดนไฟฟ้าช็อตต้องโดนตัดแขนไปเมื่อปี 2555 ซึ่งทางด้านน้องมายด์ ป่วยเป็นโรคเบาหวานเมื่ออายุราว 9 ขวบ ได้รับพันธุกรรมมาจากพ่อของน้องมายด์ หรืออดีตสามีของตนเอง และก็ได้รักษาตัวอยู่เรื่อยมา กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เกิดแผลที่ท้าวซ้าย แผลเกิดติดเชื้อต้องตัดขาซ้ายออกตั้งแต่ช่วงใต้หัวเข่าลงมา เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ แล้วตรวจพบเป็นวัณโรค เมื่ออายุได้ 27 ปี เข้ารับการรักษาอยู่ 6 เดือน กระทั่งหายจากวัณโรค ปากก็เริ่มเบี้ยว จึงเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำ จ.สุรินทร์ หมอได้บอกกับตนว่า เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีแผลขนาดใหญ่ต้องใช้ยาคุมเอา ไม่สามารถผ่าตัดได้ หลังจากรักษาอยู่ได้พักหนึ่ง ตรวจพบมีน้ำขังอยู่ในลำไส้เยอะ ซึ่งมีเชื้อเหมือนเชื้อมะเร็งอยู่จึงเข้ารับการผ่าตัดลำใส้ออกไปเมื่อช่วงประมาณเกือบ 1 ปีแล้ว
ต่อมาล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 น้องมายด์ เกิดอาการน็อคน้ำตาลอันเนื่องมาจากโรคเบาหวาน ตนจึงเรียกรถฉุกเฉินนำส่ง รพ.ประจำจังหวัดอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงโรงพยาบาลตนถึงกับต้องตกใจอีกครั้งเมื่อหมอบอกว่า เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน เป็นผลพวงมาจากร่างกายได้รับยาเยอะ มาตั้งแต่เด็ก หลังออกจากโรงพยาบาลวันนั้น น้องมายด์ก็นอนติดเตียงเลยไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้ ตนต้องหยุดทำงานทุกอย่างเพื่อมาดูแลลูก และยังมีแม่อีก 1 คน ชื่อนางทองใบ สุขสงวน อายุ 80 ปี พิการด้านการเคลื่อนไหว และเป็นโรคหลงๆลืมๆ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ตนต้องตามเช็ดทุกวัน ส่วนลูกชายคนเล็ก คือนายสุรกิจ อารยางกูร อายุ 25 ปี พิการแขนซ้ายขาด 1 ข้าง โดยเมื่อปั 2555 ได้ไปช่วยชาวบ้านต่อสายไฟฟ้าบนเสา แต่พลาดถูกไฟฟ้าช็อตจนแขนไหม้ต้องตัดทิ้งไป ซึ่งก็พอช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของตนได้พอสมควร แต่ก็ไม่เต็มร้อยเพราะมีแขนข้างเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนพอมีรายได้อยู่บ้างโดยการทำกับข้าวถุงใส่รถ 3 ล้อเครื่องตระเวนขายในเขตพื้นที่หมู่บ้านใกล้เคียงในช่วงเช้า แต่ละวันตนจะขายราว 40 ถุง ได้เงิน 800 บาท หักค่าใช้จ่ายได้กำไรแค่ ร้อยกว่าบาท
ตอนนี้ตนไม่สามารถทำงานได้ อาศัยแค่เบี้ยคนชราของแม่ตนเดือนละ 700 บาท เบี้ยผู้พิการของแม่ตน ของลูกสาวและลูกชายตนคนละ 800 บาทต่อเดือน พร้อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของตน 300 บาท ของลูกสาว(นอนติดเตียง) 200 บาท ของแม่ตน และลูกชาย คนละ 300 บาท ซึ่งปัจจุบันรัฐเพิ่มให้อีกคนละ 500 บาทจนถึงเดือนมีนาคม 2564 โดยบางวันที่ตนพาลูกสาวไปรักษาตัว ก็จะมีญาติพี่น้องฝั่งแม่คอยช่วยดูแลแม่ของตนบ้าง ซึ่งตนมีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาอยู่แค่ 2 คน อีก 1 คนก็ป่วยติดเตียงอยู่ กทม.เช่นกัน แต่ตนยังโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง คือยังพอมีที่ดินให้ซุกหัวนอนโดยไม่ต้องเช่า อยู่ 1 งาน ไม่มีที่นาให้ทำ แต่ก็มีหนี้นอกระบบที่ไม่ได้จ่ายมากว่า 2 ปีแล้ว จำนวน 47,000 บาท ซึ่งตนได้ไปหยิบยืมมาในช่วงที่ น้องมายด์ ป่วยเข้า รพ.วันแรกที่โดนตัดขา แต่เจ้าของเงินเขาใจดีและเห็นใจครัวครัวตน จึงไม่ได้มาทวง เขาขอแค่เงินต้นคืนโดยไม่คิดดอกเบี้ย