วอนช่วย "น้องมายด์" ป่วยโรครุมเร้า แม่วัย 52 ต้องหยุดงานมาดูแลผู้พิการทั้ง 3 คนในบ้าน อาศัยแค่เบี้ยยังชีพประทังชีวิต วอนบริจาคขอแค่แพมเพิส เพราะใน 1 วันต้องใช้ถึง 10 ชิ้น ยอมรับชีวิตลำบาก แต่ไม่เคยคิดสั้น

25 มกราคม 2564 นางคำพุ อารยางกูร อายุ 52 ปี ต้องเลี้ยงแม่วัย 80 ปี พิการทางการเครื่อนไหว และหลงๆลืมๆ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ พร้อมลูกสาววัย 28 ปีป่วยติดเตียง โรครุมเร้าจนต้องตัดขาซ้ายทิ้ง และยังมีลูกชายที่คอยช่วยแบ่งเบาภาระ ถูกไฟช๊อตต้องตัดแขนซ้ายทิ้ง เมื่อ 9 ปีที่แล้ว โดยทั้ง 4 คน  อาศัยเบี้ยพิการและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องกู้เงินนอกระบบมารักษาลูก ทุกวันนี้อยู่อย่างขัดสนมาก จึงขอรับบริจาคแพมเพิสเป็นจำนวนมาก เพราะใน 1 วันต้องใช้ถึง 10 ชิ้น            

วอนช่วย"น้องมายด์"ป่วยโรครุมเร้า ครอบครัวพิการ3คน



ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 8 บ้านขวาง ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบสภาพบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีประตูหน้าต่างปิดมิดชิดข้าวของถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ พบนางคำพุ อารยางกูร อายุ 52 ปี คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัว เลี้ยงลูกชายพิการแขนซ้ายขาด-ลูกสาวเป็นผู้ป่วยติดเตียง พิการขาซ้ายขาด และยังต้องดูแลแม่วัย 80 ปี ป่วยพิการทางการเคลื่อนไหว และโรคหลงๆลืมๆ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ โดยลูกสาวคนโตชื่อ นางสาวฉันทกานต์ อารยางกูร หรือน้องมายด์ (ผู้ป่วยติดเตียง พิการตัดขาซ้าย) ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบ และยังมีอีกหลายโรคเข้ามารุมเร้า ในอายุเพียง 28 ปี

ส่วนลูกชายคนเล็กชื่อ นายสุรกิจ อารยางกูร อายุ 25 ปี พิการแขนซ้ายขาด โดนไฟฟ้าช๊อตต้องตัดแขนไปเมื่อปี 2555 ซึ่งทั้ง 1 เสาหลัก กับอีก 3 ผู้พิการ ต้องอยู่อย่างลำบาก อดมื้อกินมื้อ อาศัยแต่เบี้ยชราภาพของแม่และเบี้ยพิการ พร้อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้ง 4 คน โดยแทบไม่รู้จักโครงการคนละครึ่งเลย เพราะไม่มีอินเตอร์เน็ต  ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพขายข้าวแกงถุงในราคาถุงละ 20 บาท หักต้นทุนแล้ว เหลือกำไรอยู่ราวๆ 100 กว่าบาท พอได้ประทังชีวิต กระทั่งเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ลูกสาวเกิดอาการน้ำตาลต่ำมาก ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน หลังจากนั้นก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงต้องหยุดธุรกิจค้ากับข้าวเมื่อมาดูแลลูก

วอนช่วย"น้องมายด์"ป่วยโรครุมเร้า ครอบครัวพิการ3คน

นางคำพุ อารยางกูร อายุ 52 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเลิกรากับสามีมานานมากแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน คนที่ 1 นางสาวฉันทกานต์ อารยางกูร หรือน้องมายด์ ผู้ป่วยติดเตียง พิการขาซ้าย อายุ 28 ปี คนที่ 2 ชื่อ นายสุรกิจ อารยางกูร อายุ 25 ปี พิการแขนซ้ายขาด 1 ข้าง โดนไฟฟ้าช็อตต้องโดนตัดแขนไปเมื่อปี 2555 ซึ่งทางด้านน้องมายด์ ป่วยเป็นโรคเบาหวานเมื่ออายุราว 9 ขวบ  ได้รับพันธุกรรมมาจากพ่อของน้องมายด์ หรืออดีตสามีของตนเอง และก็ได้รักษาตัวอยู่เรื่อยมา กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เกิดแผลที่ท้าวซ้าย แผลเกิดติดเชื้อต้องตัดขาซ้ายออกตั้งแต่ช่วงใต้หัวเข่าลงมา เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ แล้วตรวจพบเป็นวัณโรค เมื่ออายุได้ 27 ปี เข้ารับการรักษาอยู่ 6 เดือน กระทั่งหายจากวัณโรค ปากก็เริ่มเบี้ยว จึงเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำ จ.สุรินทร์ หมอได้บอกกับตนว่า เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีแผลขนาดใหญ่ต้องใช้ยาคุมเอา ไม่สามารถผ่าตัดได้ หลังจากรักษาอยู่ได้พักหนึ่ง ตรวจพบมีน้ำขังอยู่ในลำไส้เยอะ ซึ่งมีเชื้อเหมือนเชื้อมะเร็งอยู่จึงเข้ารับการผ่าตัดลำใส้ออกไปเมื่อช่วงประมาณเกือบ 1 ปีแล้ว

ต่อมาล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 น้องมายด์ เกิดอาการน็อคน้ำตาลอันเนื่องมาจากโรคเบาหวาน ตนจึงเรียกรถฉุกเฉินนำส่ง รพ.ประจำจังหวัดอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงโรงพยาบาลตนถึงกับต้องตกใจอีกครั้งเมื่อหมอบอกว่า เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน เป็นผลพวงมาจากร่างกายได้รับยาเยอะ มาตั้งแต่เด็ก หลังออกจากโรงพยาบาลวันนั้น น้องมายด์ก็นอนติดเตียงเลยไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้ ตนต้องหยุดทำงานทุกอย่างเพื่อมาดูแลลูก และยังมีแม่อีก 1 คน ชื่อนางทองใบ สุขสงวน อายุ 80 ปี พิการด้านการเคลื่อนไหว และเป็นโรคหลงๆลืมๆ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ตนต้องตามเช็ดทุกวัน ส่วนลูกชายคนเล็ก คือนายสุรกิจ อารยางกูร อายุ 25 ปี พิการแขนซ้ายขาด 1 ข้าง โดยเมื่อปั 2555 ได้ไปช่วยชาวบ้านต่อสายไฟฟ้าบนเสา แต่พลาดถูกไฟฟ้าช็อตจนแขนไหม้ต้องตัดทิ้งไป ซึ่งก็พอช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของตนได้พอสมควร แต่ก็ไม่เต็มร้อยเพราะมีแขนข้างเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนพอมีรายได้อยู่บ้างโดยการทำกับข้าวถุงใส่รถ 3 ล้อเครื่องตระเวนขายในเขตพื้นที่หมู่บ้านใกล้เคียงในช่วงเช้า แต่ละวันตนจะขายราว 40 ถุง ได้เงิน 800 บาท หักค่าใช้จ่ายได้กำไรแค่ ร้อยกว่าบาท

วอนช่วย"น้องมายด์"ป่วยโรครุมเร้า ครอบครัวพิการ3คน



ตอนนี้ตนไม่สามารถทำงานได้ อาศัยแค่เบี้ยคนชราของแม่ตนเดือนละ 700 บาท เบี้ยผู้พิการของแม่ตน ของลูกสาวและลูกชายตนคนละ 800 บาทต่อเดือน พร้อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของตน 300 บาท ของลูกสาว(นอนติดเตียง) 200 บาท ของแม่ตน และลูกชาย คนละ 300 บาท ซึ่งปัจจุบันรัฐเพิ่มให้อีกคนละ 500 บาทจนถึงเดือนมีนาคม 2564 โดยบางวันที่ตนพาลูกสาวไปรักษาตัว ก็จะมีญาติพี่น้องฝั่งแม่คอยช่วยดูแลแม่ของตนบ้าง ซึ่งตนมีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาอยู่แค่ 2 คน อีก 1 คนก็ป่วยติดเตียงอยู่ กทม.เช่นกัน  แต่ตนยังโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง คือยังพอมีที่ดินให้ซุกหัวนอนโดยไม่ต้องเช่า อยู่ 1 งาน ไม่มีที่นาให้ทำ แต่ก็มีหนี้นอกระบบที่ไม่ได้จ่ายมากว่า 2 ปีแล้ว จำนวน 47,000 บาท ซึ่งตนได้ไปหยิบยืมมาในช่วงที่ น้องมายด์ ป่วยเข้า รพ.วันแรกที่โดนตัดขา แต่เจ้าของเงินเขาใจดีและเห็นใจครัวครัวตน จึงไม่ได้มาทวง เขาขอแค่เงินต้นคืนโดยไม่คิดดอกเบี้ย

สุดท้ายนี้ สำหรับผู้ใจบุญที่อยากจะช่วยเหลือครอบครัว ตนไม่ขออะไรมาก อยากได้แค่แพมเพิสให้ลูกได้ใช้ เพราะว่าครอบครัวตนไม่มีรายได้อะไรเลย ไปทำงานก็ไม่ได้ ต้องอยู่เลี้ยงผู้พิการทั้ง 3 คน แต่ก็ยังดีที่ลูกชายพิการแขนซ้ายคอยช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระตนได้บ้าง ซึ่งตนก็ไม่เคยคิดท้อ หรือคิดสั้นแต่อย่างใด เพราะคิดถึงพวงเขา ถ้าเราเป็นอะไรไปคนหนึ่ง พวกเขาจะอยู่อย่างไร ส่วนตนเองก็เป็นเบาหวานเหมือนกัน แต่ก็ต้องเข้มแข็งเอาไว้ โดยได้กำลังใจจากแม่จากลูกเมื่อตนหันกลับไปมองพวกเขา 

อย่างไรก็ตามหากผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือครอบครัว โดยสามารถเดินทางมาด้วยตนเองที่บ้านขวาง เลขที่ 74 หมู่ที่ 8 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000 หรือโทรศัพท์ 098-597-6443 (ป้าคำพุ) หรือสามารถโอนช่วยเหลือได้ที่บัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอมพระ เลขที่บัญชี 320-0-64465-6 ชื่อบัญชี น.ส.ฉันทกานต์ อารยางกูร

วอนช่วย"น้องมายด์"ป่วยโรครุมเร้า ครอบครัวพิการ3คน