จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ระบุ แม้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายด้าน แต่องค์กรบริษัทส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการจัดประชุมสัมมนาตลอดจนกิจกรรมที่ช่วยสร้างทีมเวิร์คให้กับองค์กร ดังนั้น การส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาในประเทศจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจในประเทศให้ขับเคลื่อนไปได้ และกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจนถึงระดับชุมชนอีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2564 นี้ ตลาดไมซ์จะเติบโตประมาณ 3.5% โดยมีนักเดินทางไมซ์ในประเทศประมาณ 10 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 30,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2563 สถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบให้ไม่สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ตามปกติ แต่ผู้จัดงานในอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ ต่างนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดงานรูปแบบปกติร่วมกับออนไลน์ ทำให้ยังคงเกิดการเจรจาธุรกิจและการซื้อขายระหว่างนักธุรกิจไทยและกลุ่มลูกค้าในอาเซียนเกิดการจับคู่ทางธุรกิจ ขึ้นกว่า 15,000 คู่ โดยทีเส็บให้การสนับสนุนงานแสดงสินค้านานาชาติทั้งสิ้นจำนวน 24 งาน ซึ่งมีผู้ร่วมงานจากทั้งในและต่างประเทศรวม 133,259 คน สร้างรายได้ 6,521 ล้านบาท
จากความไม่แน่นอนของผลกระทบจากโควิด-19 ทีเส็บได้วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปี 2564 โดยมุ่งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ และสร้างความเข้มแข็งจากภายในผ่าน 4 แนวทางหลัก คือ การกระตุ้นตลาดในประเทศ การดึงงานนานาชาติ การขับเคลื่อนไมซ์ด้วยนวัตกรรม และการพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ไทย เพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมไมซ์ไทยกลับมาให้ได้เร็วที่สุด
สำหรับปี 2564 ทีเส็บมีแผนการสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ 58 งาน แบ่งเป็นงานเดิม 44 งาน และงานใหม่จำนวน 14 งาน ซึ่งงานทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียน 23,000 ล้านบาท
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน