สมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุ กรมเจ้าท่ามีภารกิจหลักในการกำกับดูแลและพัฒนาการขนส่งทางน้ำของประเทศ โดยส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำของประเทศเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เฉลี่ย 20% ของ GDP กรมฯ จึงเดินหน้าแผนงานพัฒนาปรับปรุง ยกระดับท่าเรือรองรับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งฝั่งทะเลอันดามัน ฝั่งทะเลอ่าวไทย รวมถึงท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและคูคลอง รวมถึงท่าเรือปากเมง จ.ตรัง ฝั่งอันดามัน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้สะดวกและปลอดภัย เพื่อหนุนภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำหรือทางทะเลเป็นไฮไลท์ของไทย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 3 ล้านล้านบาท (ปี 62) โดยที่การท่องเที่ยวทางทะเลมีสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับการท่องเที่ยวรูปแบบต่าง ๆ แต่ผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้มีนักท่องเที่ยวลดลง จึงต้องปรับวิธีใหม่ นอกจากสนับสนุนไทยเที่ยวไทย การสร้างท่าเรือก็มีความสำคัญ โดยกรมเจ้าท่าร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อฟื้นการท่องเที่ยวทางน้ำทางทะเล เป็นการเชื่อมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาท่าเรือ
สำหรับท่าเรือปากเมง จ.ตรัง ถือเป็นท่าเรือสำคัญของท้องทะเลอันดามันและเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของไทยอีกแห่งที่ได้รับการปรับปรุงเนื่องจากใช้งานมานานถึง 30 ปี มีสภาพทรุดโทรม และแออัดเป็นอย่างมาก ขนาดท่าเรือไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้มาใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด หรือเทศกาลต่างๆ มีทั้งเรือขนาดใหญ่ เรือหางยาว และเรือสปีดโบ้ต เข้ามาใช้บริการถึงวันละไม่ต่ำกว่า 100 ลำ ทางกรมเจ้าท่าจึงร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัดพัฒนาบรรณกิจดำเนินการพัฒนาปรับปรุงเป็นเวลา 630 วัน คาดว่าแล้วเสร็จราวช่วงเดือนเมษายน ปี 2564
ทั้งนี้ หลังแล้วเสร็จจะมีการใช้งานที่สมบูรณ์ครบถ้วน โดยมีพื้นที่ท่าเรือที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พื้นที่ด้านหลังท่ามีพื้นที่การใช้สอยที่อำนวยความสะดวกสอดรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดตรังและยังเป็นท่าเรือที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทะเลฝั่งอันดามันในอนาคต อาทิ เส้นทาง ปากเมง-เกาะหลีเป๊ะ ปากเมง-เกาะลันตา สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นและประเทศอย่างมหาศาล