เนชั่นทีวี

ข่าว

กมธ.สวัสดิการสังคม เดินหน้าดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ

13 ธ.ค. 2563 | rachsanon_nao

กมธ.สวัสดิการสังคม เดินหน้าดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ

วงเสวนารัฐสวัสดิการ เครือข่ายประชาชน เดินหน้าดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ เพิ่มเงินบำนาญให้ผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาท ขณะที่รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอตัดงบกลาโหม 0.4% ของจีดีพี มาเพิ่มสวัสดิการดูแลปัญหาสังคมสูงวัย

คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ จัดเสวนาหัวข้อ "รัฐไทยจะอยู่อย่างไร เมื่อมีรัฐสวัสดิการ" ที่เดอะไบร์ท พระราม2 โดยมีนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ในฐานะคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานในพิธีเปิด
โดยนายพีระวิทย์ กล่าวว่า จากปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประชากรในประเทศไทยถือเป็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งโครงสร้างด้านสวัสดิการของประเทศไทยอยู่บนพื้นฐานแนวคิดการส่งเคราะห์ช่วยเหลือมากกว่าที่จะกำหนดเป็นสิทธืของประชาชน จึงต้องมีการออกแบบให้มีโครงสร้างด้านสวัสดิการด้วยการเปลี่ยนแนวคิดจากรัฐสงเคราะห์เป็นรัฐสวัสดิการที่เป็นสิทธิเสมอกันซึ่งกลไกการวางรากฐานระบบบำนาญของประเทศไทยให้มีเสถียรภาพถือเป็นหนึ่งในแนวทางการสร้างหลักประกันทางสังคมที่ภาครัฐควรจัดให้มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในยาทเกษียณ ดังนั้นการมีหลักประกันทางรายได้เมื่อสูงอายุถือว่าเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่จำเป็น และต้องมีจำนวนที่เพียงพอเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ

กมธ.สวัสดิการสังคม เดินหน้าดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ

ด้านนายนิมิตร์ เทียนอุดม เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กล่าวถึงเส้นทางการต่อสู้ประเด็นสวัสดิการในประเทศไทย ว่า ที่ผ่านมาภาคประชาชนพยายามผลักดันร่างกฎหมายบำนาญแห่งชาติ เพื่อเปลี่ยนเบี้ยยังชีพให้เป็นบำนาญถ้วนหน้า มาแล้วหลายยุคหลายสมัยแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าเกิดการดองเรื่องไว้จากแต่ละรัฐบาล จนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ยังติดปัญหา นายกรัฐมนตรีต้องให้การรับรองด้วยเนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งนายกฯ ก็ยังไม่รับรอง แต่ก็มีอีกทางหนึ่งซึ่งกฤษฎีกาให้ความเห็นเพิ่มว่า ยังไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ แต่ถ้ารัฐบาลจะทำให้เป็นนโยบาย ก็แก้ไข พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ จะง่ายกว่าเพื่อให้เกิดเงินบำนาญรายเดือน เดือนละ 3,000บาท ให้แก่ผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ดังนั้น หลังจากนี้เครือข่ายจะผลักดันให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ แทน ซึ่งเหตุผลที่ทางเครือข่ายต้องการให้เกิดบำนาญแห่งชาติ เพื่อรองรับผู้สูงอายุ ไม่ต้องอยู่ในภาวะยากลำบาก เพราะเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ 600-800 บาท ทุกวันนี้ ไม่เพียงพอ แต่ยืนยันว่าเงินบำนาญแห่งชาตินี้ไม่ไปตัดสิทธิ เบี้ยยังชีพ เบี้ยผู้พิการ หรือเงินบำนาญราชการ 
ส่วนที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรจะเอางบประมาณจากไหนนั้น ยืนยันว่าหากบำนาญแห่งชาติเกิดขึ้นได้จริงๆ จะใช้งบประมาณ 4 แสนล้านบาท  ดังนั้นหากมีการกระจายภาษีที่รัฐจัดเก็บอย่างเป็นธรรม เชื่อว่าจะสามารถนำมาตั้งเป็นบำนาญได้เพียงพอ โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตร ภาษีสลากกินแบ่งรัฐบาล  รวมถึง ภาษีรถยนต์ ภาษีปิโตรเลียม หรือกลับไปเรียกเก็บภาษีจากเดิมที่ยกเว้นการลงทุนจากต่างประเทศ ในบีโอไอ หรืออาจจะไปมองภาษีการพนัน ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ การผลักดันให้ได้บำนาญถ้วนหน้า ไม่ใช่เฉพาะคนแก่ที่ได้ประโยชน์ แต่คนหนุ่มสาวก็ได้ประโยชน์ด้วย การเลี้ยงดูพ่อแม่ก็จะผ่อนคลายลง เป็นห่วงโซ่ที่คล้องกัน

กมธ.สวัสดิการสังคม เดินหน้าดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ

ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ระบบสวัสดิการที่ดีจะยกระดับฐานะการเงินของตัวเราเองและครอบครัว แต่ระบบสวัสดิการของไทยยังไม่ดีพอ ใช้งบไปเพียง 3.7% ของจีดีพี ซึ่งน้อยกว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเบี้ยยังชีพประชาชน ที่ไทยใช่งบไม่ถึง 0.5% ของจีดีพี ในขณะที่ญี่ปุ่นใช้งบส่วนนี้มากถึง 10.2% ของจีดีพี หรือรายได้ของประเทศ ดังนั้นถือว่าไทยมีสวัสดิการไม่มากพอ ไม่ถ้วนหน้า และไม่ทั่วถึง ทั้งที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้สูงอายุในปีนี้มีมากถึง 13ล้านคน และเริ่มทวีคูณมากขึ้น หากยังไม่มีระบบรัฐสวัสดิการที่ดีจะเป็นการผลักภาระกลับไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานที่อยู่ในวัยทำงาน อาจจะต้องออกจากงานมาดูแลพ่อแม่ ทำให้ประเทศขาดแรงงานได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่ควรรอเวลา และอ้างว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอ ดังนั้นจึงเสนอให้ตัดประมาณ ของกระทรวงกลาโหมลง จากปัจจุบัน 1.4 % ต่อจีดีพี ให้เหลือเพียง 1% ต่อจีดีพี ให้เทียบเท่ากับประเทศสากล นอกจากนี้ให้เพิ่มอัตราภาษีที่ดิน เก็บภาษีหวยบนดิน เอาเงินตาม พ.ร.ก.ที่ยังไม่อนุมัติ 500,000 ล้านบาท มาเข้ากองทุน และทยอยขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลจาก 15% ของรายได้เป็น 18% ของรายได้ใน 20 ปี นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการอีกมากที่ต้องเพิ่ม โดยงบจะนำมาจากการลดรายจ่ายประจำ ลดงบประมาณซ้ำซ้อน หยุดจัดซื้อของแพง และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ แล้วเพิ่มรายได้โดยการนำเงินนอกงบประมาณและภาษีอื่นมาใช้ เช่น รายได้จากการออกวีซ่าให้ชาวต่างชาติที่เข้าประเทศไทย ซึ่งกระทรวงต่างประเทศจัดเก็บรายได้ถึงปีละ 24,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่างบที่กระทรวงได้รับในแต่ละปี , ภาษีธุรกิจดิจิทัล เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ที่มาขายโฆษณา ซึ่งเรายังไม่มีการจัดเก็บส่วนนี้

กมธ.สวัสดิการสังคม เดินหน้าดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ

กมธ.สวัสดิการสังคม เดินหน้าดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ

ข่าวล่าสุด