แม้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่งผ่านพ้นไปได้แค่เดือนเดียว แต่คอการเมืองในสหรัฐฯ ก็เริ่มคาดการณ์ถึงการเลือกตั้งในอีก 4 ปีข้างหน้าแล้วว่า ใครจะเป็นตัวแทนของทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยเฉพาะคำถามสำคัญที่ว่า "โดนัลด์ ทรัมป์" จะรีเทิร์นกลับมาเป็นผู้ท้าชิงอีกครั้งหรือไม่ ซึ่งคงมีความเป็นไปได้สูงเมื่อดูจากกระแสข่าวและท่าทีล่าสุดของทรัมป์ แต่ในขณะเดียวกันการกลับมาของทรัมป์ก็อาจจะหมายถึง "หายนะ" ของพรรครีพับลิกันโดยรวมก็เป็นได้

ในงานเลี้ยงรับรองเทศกาลส่งท้ายปลายปีที่ทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวในลักษณะยืนยันแผนการลงเลือกตั้งในปี 2567 เป็นครั้งแรกว่า "เรากำลังพยายามอยู่ต่ออีก 4 ปี มิฉะนั้นอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะได้เจอกันอีก" คำกล่าวนี้นับเป็นการส่งสัญญาณด้วยว่า ทรัมป์เอง "รู้ตัว" แล้วว่า ความพยายามต่อสู้ทางกฎหมายของเขาคงไม่อาจพลิกผลการเลือกตั้งในปีนี้ได้
หลายคนอาจมีคำถามว่า ทรัมป์สามารถลงเลือกตั้งอีกครั้งได้หรือไม่ คำตอบก็คือ "ได้" เนื่องจากบทบัญญัติเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 22 เมื่อปี 2494 กำหนดเพียงว่า ประธานาธิบดีจะดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 สมัย สมัยละ 4 ปี รวมเป็น 8 ปี แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งติดต่อกัน ส่วนทรัมป์จะลงแข่งในฐานะผู้แทนพรรครีพับลิกันเหมือนเดิมหรือกลายเป็น "ผู้สมัครอิสระ" ก็คงต้องรอดูกันต่อไป

"ทรัมป์" รีเทิร์น 2024 สัญญาณหายนะ "พรรครีพับลิกัน" ?

เบื้องต้นมีรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ทรัมป์ต้องการจะ "แหวกธรรมเนียม" อีกครั้งด้วยการไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของโจ ไบเดน ในวันที่ 20 มกราคมนี้ และจะใช้เวลาในวันเดียวกันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปี 2567 แทน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าทรัมป์ "ไม่ยอมรับ" ความพ่ายแพ้ ขณะที่เมื่อ 4 ปีก่อน ทรัมป์ก็เริ่มต้นหาเสียงเลือกตั้งปี 2563 ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังพลิกล็อกชนะฮิลลารี คลินตัน

"ทรัมป์" รีเทิร์น 2024 สัญญาณหายนะ "พรรครีพับลิกัน" ?


ด้านไบเดนให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า แม้การเข้าร่วมพิธีสาบานตนเป็น "สิทธิในการตัดสินใจ" ของทรัมป์ และส่วนตัวเขาเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร แต่การมาร่วมงานของทรัมป์ถือว่ามีความสำคัญต่อทั้งประเทศสหรัฐฯ และต่อทั่วโลก เพราะนี่คือการแสดงให้เห็นถึง "การถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ" ระหว่างคู่แข่งทางการเมือง
อย่างไรก็ตามทรัมป์คงไม่สนใจความเห็นของไบเดน และคงไม่มีปัญหาด้านเงินทุนหากจะเริ่มต้นหาเสียงทันที เพราะล่าสุดทีมงานของทรัมป์เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง 3 พฤศจิกายน ทรัมป์สามารถระดมทุนเพื่อ "สู้คดีเลือกตั้งในรัฐสมรภูมิ" ได้กว่า 200 ล้านดอลลาร์ ตอกย้ำความจริงที่สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนไม่อยากยอมรับว่า ทรัมป์ยังคงเป็นบุคคลที่ "ทรงอิทธิพลที่สุด" ของพรรค

"ทรัมป์" รีเทิร์น 2024 สัญญาณหายนะ "พรรครีพับลิกัน" ?

นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ มองว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในระดับประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ "ไม่เอาทรัมป์" แต่หากดูการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.แล้ว พรรครีพับลิกันกลับทำผลงานได้ "ดีกว่าที่คิด" จากเดิมที่คาดว่า เดโมแครตจะพลิกครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ สุดท้ายรีพับลิกันเสีย ส.ว.ไปแค่ที่นั่งเดียว ขณะที่สภาผู้แทนราษฎร แม้เดโมแครตยังครองเสียงข้างมากไว้ได้ แต่รีพับลิกันก็ตีตื้นคว้าที่นั่งเพิ่มขึ้นกว่า 10 ที่นั่ง

"ทรัมป์" รีเทิร์น 2024 สัญญาณหายนะ "พรรครีพับลิกัน" ?


ด้วยเหตุนี้ การกลับมาของทรัมป์จึงเท่ากับว่า รีพับลิกันมีสิทธิกลายเป็น "พรรคของทรัมป์" แบบสุดขั้วยิ่งกว่าเดิม และยากที่คู่แข่งคนอื่นๆ ที่เป็น "อนุรักษ์นิยมพันธุ์แท้" จะสามารถผงาดเทียบชั้นได้ จนสุดท้าย รีพับลิกันอาจเหลือเพียงแค่ "คนของทรัมป์" และอาจกลายเป็นพรรคที่ทรัมป์มีไว้ "สืบทอดอำนาจ" ไปสู่รุ่นลูก ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ และอิวานกา ทรัมป์ก็เป็นได้

"ทรัมป์" รีเทิร์น 2024 สัญญาณหายนะ "พรรครีพับลิกัน" ?