เนชั่นทีวี

ข่าว

4 ชีวิตสุดรันทด อาศัยป่าหลับนอน

18 พ.ย. 2563 | Sarut

4 ชีวิตสุดรันทด อาศัยป่าหลับนอน

อุทัยธานี -4 ชีวิตครอบครัวสุดรันทด ถูกลุงแท้ๆไล่ออกจากที่บ้านเกิด ทั้งที่เป็นสมบัติของแม่ตัวเอง ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนออกจากบ้านมานาน 8 ปี ยึดอาชีพขายพวงมาลัยตามทางแยกไฟแดง และตามงานวัด หนำซ้ำเพลิงพักที่อาศัยเดิมถูกรื้อทิ้ง ต้องอาศัยในป่าสาธารณะมุงผ้าใบหลับนอน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตามที่มีคนแจ้งว่ามีครอบครัวหนึ่งใช้ชีวิตเร่ร่อนต้องอาศัยป่าเป็นที่หลับนอนเพราะไม่มีที่เป็นของตัวเอง โดยพบกับนายสวัสดิ์ สมอนาค อายุ 50 ปี ชาวอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร และนางบัวษร ใจแสง อายุ 42 ปี สองสามีภรรยาซึ่งอนุญาติให้ถ่ายทอดชีวิตครอบครัว พร้อมภาพถ่ายที่อยู่หลับนอน

4 ชีวิตสุดรันทด อาศัยป่าหลับนอน


โดยเล่าเรื่องราวชีวิตที่เร่ร่อนของตัวเองพร้อมลูกชายคนโตอายุ 4 ขวบ และลูกสาววัยเพียง 1 ขวบให้ฟังว่า เดิมขายพวงมาลัยอยู่แถวๆข้างทาง ในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง แห่งนี้มานานนับ 8 ปี ซึ่งก่อนหน้านั้นก็สร้างเพิงพักข้างทางไว้เพื่อขายพวงมาลัย

4 ชีวิตสุดรันทด อาศัยป่าหลับนอน


แต่เนื่องจากนายสวัสดิ์ฯต้องเดินทางไปดูแลแม่ที่มีอายุมากถึง 89 ปี ประมาณ 3 เดือน และได้เดินทางกลับมาที่อำเภอหนองฉางอีกครั้งเพื่อจะกลับมาที่เพลิงพักเดิมเพื่อมาประกอบอาชีพขายพวงมาลัยเหมือนเดิม แต่เมื่อเดินทางมาถึง ปรากฏว่าเพลิงพักได้ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว โดยมีแม่ค้าขายผลไม้มาปลูกขายแทน

4 ชีวิตสุดรันทด อาศัยป่าหลับนอน


ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม่ค้ารายนี้ก็ขายผลไม้อยู่ใกล้ๆกันมาก่อน ทำให้ถึงกับพูดไม่ออกจะไปเรียกร้องอะไรก็ไม่ได้เพราะเป็นที่สาธารณะ จึงไม่รู้จะไม่อยู่ไหนเงินก็ไม่มีติดตัว จะไปหาเช่าบ้านก็กลัวจะไม่มีเงินให้ค่าเช่าเมื่ออยู่ครบเดือนในแต่ละเดือนจึงต้องเร่ร่อนต่อ และมาอาศัยอยู่ในป่า บริเวณหมู่ที่ 3 บ้านหนองมะกอก ตำบลหนองนางนวล อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี

4 ชีวิตสุดรันทด อาศัยป่าหลับนอน

ซึ่งเป็นที่ของหลวง ทางผู้ใหญ่บ้านและกำนันให้อยู่อาศัยเป็นที่พักพิงชั่วคราว โดยใช้ผ้าใบหรือผ้าไวนิลโฆษณาสินค้ามากางเป็นที่หลบแดดและฝน เอาผ้ามาปูแทนการนอนกับดิน และใช้เศษไม้นั้นมาเป็นที่แขวนหรือตากผ้า เวลาหุงหาอาหารก็ต้องอยู่แบบกลางแจ้ง เวลาขับถ่ายก็ต้องอาศัยห้องน้ำบ้านข้างเคียงรวมถึงอาศัยไฟฟ้าในเวลากลางคืนอีกด้วย


โดยเรียกว่าใช้ชีวิตแบบนอนกลางดินกินกลางทรายอย่างแท้จริง ซึ่งมาอาศัยนอนในป่ากลางหมู่บ้านดังกล่าวมาเกือบสัปดาห์แล้ว นอกจากนี้ยังมีรถสามล้อที่ยังคงผ่อนไม่หมดยังติดค้างยอดไว้จำนวน 10,000 บาท ซึ่งเป็นรถที่ใช้ขายพวงมาลัยและใช้ขนย้ายของเวลาที่ต้องเร่ร่อนและย้ายที่นอน

ด้านนางบัวษร ภรรยาเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านั้นมีที่ดินซึ่งเป็นสมบัติของแม่อยู่ประมาณ 3 งาน ต่อมาแม่ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ตนเองยังเด็ก ในพื้นที่อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท แต่ผู้เป็นลุงแท้ๆของตัวเองบังคับให้โอนชื่อที่ดินผืนนั้นเป็นชื่อลุง แต่ตนไม่ยอมทำตามจึงเกิดการทะเลาะกันและถูกลุงทำร้ายทุบตีจนสลบ และยังได้ย้ายชื่อของตนออกจากทะเบียนบ้านไป

ซึ่งเรื่องนี้เคยไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่แล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีใครจะเห็นใจให้การช่วยเหลืออย่างจริงใจ จึงจำเป็นต้องมาต้องมาใช้ชีวิตแร่ร่อนขายพวงมาลัยกับสามีโดยอาศัยอยู่ในป่าบ้าง อาศัยนอนอยู่ในศาลารอรถบ้าง หรือหากจำเป็นจริงๆก็อาศัยนอนตามวัด ซึ่งใช้ชีวิตวนเวียนแบบเร่ร่อนแบบนี้ในอำเภอหนองฉางมา 8 ปีแล้วทั้งสองสามี-ภรรยา ยังวอนขอให้สังคมเห็นใจหากจะมีผู้ใจบุญนั้นให้ที่ดินไว้ปลูกกระท่อมเล็กๆไว้ให้อาศัยพอหลับนอนก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง และหากเห็นใจอยากโอนเงินมาช่วยเหลือในการเลี้ยงดูลูกชาย และลูกสาวที่กำลังเติบโตแต่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเพราะต้องเร่ร่อนตามพ่อกับแม่ได้ที่เลขบัญชี ธนาคารกรุงไทย นางสาวบัวษร ใจแสน เลขที่บัญชี 985-2-65614-7เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเพราะขณะนี้มีเพียงเงินอุดหนุนบุตรจำนวน 2 คนๆละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 1,200 บาท ต่อเดือน ไว้ใช้จ่ายเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ไม่มีแม้เงินที่จะเป็นเงินทุนจะไปซื้อดอกไม้สดมาร้อยพวงมาลัยขาย ตอนนี้ได้เพียงแต่เตรียมริบบิ้นที่เหลืออยู่มาเตรียมทำรอ จนกว่าจะมีเงินทุนไปซื้อดอกไม้มาร้อยพวงมาลัย

ข่าวล่าสุด