กระทรวงฯจะประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง Travel Bubble กับจีน ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ โดยหวังว่าครม.จะอนุมัติก่อนวันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นของขวัญให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศต่อไปและจะพยายามดึงนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรกจากการทำทราเวลบับเบิลให้ทันช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ 2564
หาก Travel Bubble กับจีนได้รับการอนุมัติจากครม. กระทรวงฯจะนำเรื่องนี้หารือกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยและขอให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจากับกระทรวงการต่างประเทศของจีน ก่อนก้าวสู่ขั้นตอนเจรจาระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศคือระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยกับนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน
ส่วนสภานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด จากการติดตามข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าประเภทพิเศษ Special Tourist VISA หรือ STV ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ พบว่าจะยังไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางเข้าไทยรวมถึงนักท่องเที่ยวจากกลุ่มสแกนดิเนเวียซึ่งเดิมมีกำหนดบินเข้าไทยวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศในกลุ่มยุโรปเผชิญการระบาดของโรคโควิด-19 อีกระลอกจนต้องกลับมาล็อคดาวน์กันอีกครั้งทำให้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐและเอกชนท่องเที่ยวไทยยังต้องเดินหน้าทำการตลาดต่อเนื่อง โดยหลังจากครม.สัญจรที่จ.ภูเก็ต กระทรวงฯได้หารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวเช่น บริษัทนำเที่ยวและโรงแรมว่าให้ใช้ฐานข้อมูลลูกค้าประจำที่มีอยู่มาทำการตลาดเชิญชวนให้มาเที่ยวไทยและให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ช่วยประสานเรื่องการขอวีซ่าขณะเดียวกันพบว่ายังมีดีมานด์จากนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปอยู่ เช่น นักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่สนใจเดินทางเข้าไทยด้วยวีซ่าสำหรับพำนักระยะยาวของกลุ่มเกษียณอายุ โดยให้บริษัทไทยแลนด์ลองสเตย์เป็นตัวแทนประสานงาน
ภาคท่องเที่ยวไทยเคยเป็นพระเอกของเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอดแต่พอเจอวิกฤติโควิด-19 ที่ยังคงมีการระบาดซ้ำอีกระลอกทำให้หลายๆประเทศเช่นในยุโรปต้องกลับมาล็อคดาวน์อีกครั้งเป็นอุปสรรคต่อการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย โดยกระทรวงฯคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่ถึง 7 ล้านคน โดยน่าจะได้แค่ 6.8 ล้านคน