เนชั่นทีวี

ข่าว

'เฉลิมชัย' เล็งถกทูตเกษตรรับมือสหรัฐตัดจีเอสพี

06 พ.ย. 2563 | SIRIWAN_SIR

'เฉลิมชัย' เล็งถกทูตเกษตรรับมือสหรัฐตัดจีเอสพี

ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน จะมอบนโยบายตามแผนงานปีงบประมาณ 2564 อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร ประจำสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ หรือทูตเกษตรทั่วโลก เพื่อผลักดันนโยบายและแผนงานภาคการเกษตรให้สามารถปรับตัวสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยนายเฉลิมชัย ได้สั่งการให้ทูตเกษตร เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการเกษตรและความต้องการของต่างประเทศ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้กระทรวงเกษตรฯ สามารถกำหนดนโยบายและแผนงานให้ภาคการเกษตรสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎหมายและระเบียบของประเทศคู่ค้าที่จะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น มาตรการการทำประมงที่ผิดกฏหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU ที่สหรัฐกำลังจะนำมาใช้ นโยบาย Green Deal ที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป หรืออียู
ด้านฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ระบุ สศก. อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบเชิงลึกต่อภาคเกษตรหลังสหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางภาษี หรือจีเอสพีสินค้าไทย กรณีไม่เปิดตลาดหมูเนื้อแดงให้สหรัฐ โดยมีผลวันที่ 30 ธันวาคม 2563
สำหรับผลกระทบต่อสินค้าเกษตร หลังมีการระงับจีเอสพีมีสินค้า 231 รายการ พบเป็นรายการสินค้าเกษตร 44 รายการ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าพืชผัก ผลไม้ ลูกนัต เครื่องเทศ เมล็ด ผลและสปอร์ที่ใช้สำหรับการเพาะปลูก ไขมันและน้ำมันที่ได้จากพืช รวมถึงน้ำตาลและกลูโคส
การระงับสิทธิจีเอสพีดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อราคาขายสินค้าเกษตรที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากภาษีนำเข้าที่จะเพิ่มขึ้นจาก 0% เป็น 1.9-9.6% โดยจากรายการสินค้าเกษตร 44 รายการพบว่ามีสินค้าเกษตรที่มีการนำเข้าในตลาดสหรัฐ 22 รายการ ประกอบด้วย สินค้าเกษตรที่ถูกเรียกเก็บตามมูลค่าสินค้า 13 รายการ
ทำให้ไทยจะมีต้นทุนทางภาษีที่เพิ่มขึ้น 17.72 ล้านบาท ซึ่งสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบต้นทุนทางภาษีเพิ่มขึ้นมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ พืชมีชีวิต ไขมันและน้ำมันที่ได้จากพืช พืชผักปรุงแต่ง กลูโคสและน้ำเชื่อมกลูโคส และเครื่องเทศ
นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นเพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐ เช่น การส่งเสริมให้มีการเปิดตลาดกับประเทศคู่เจรจา เอพทีเอ ของไทยให้มากขึ้น เช่น เร่งทำข้อตกลงทางการค้า โดยเฉพาะกับอียูและความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP เพื่อทดแทนตลาดสหรัฐ

ข่าวล่าสุด