5 พฤศจิกายน 2563 ที่โรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดแถลงข่าวถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นว่า เนชั่น ปีนี้มีอายุ 49 ปี ย่างเข้าปีที่ 50 ในปีหน้า ทุกองค์กร การมีคนเข้ามาออกไปก็เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ และยืนยันว่าองค์กรเนชั่น ขายความน่าเชื่อถือ ขายคอนเทนท์ไม่ได้ขายดารา และขายความรับผิดชอบของสังคม และยึดมั่นในจริยธรรมจรรยาบรรณ เพื่อนำประโยชน์ให้ส่วนรวม
ซึ่งในเครือเนชั่น มีอยู่หลายแบรนด์ แต่ในสภาวะแบบนี้ได้กำชับความระมัดระวังในสถานการณ์ที่เปราะบาง แต่ เนชั่น ยังยืดหยัดในอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง เราจะยืนหยัดในการทำหน้าที่องค์กรสื่อสารมวลชนที่ดี มีอุดมการณ์ไม่แปรเปลี่ยนในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ"เรา เป็นสถาบันข่าว เราสร้างคนขึ้นมา เนชั่น เหมือนสโมสรฟุตบอล มีนักเตะเข้ามาและย้ายออกไป แต่เราก็มี อคาเดมี่ ของเราที่แข็งแรง เราต้องผลิตสิ่งที่ดีออกสังคม อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน จะสานต่อสิ่งที่ผู้ก่อตั้งเดิมสร้างไว้ เราไม่ได้เปลี่ยนอะไร ยังทำเหมือนเดิม ส่วนเรตติ้ง มีความสำคัญแต่ไม่สำคัญที่สุด แต่ข้อมูลข่าวสารที่ออกสู่ประชาชนสำคัญที่สุด"
นายฉาย กล่าวต่อว่า การทำข่าวในช่วงความขัดแย้ง จะต้องตรวจสอบข้อมูล ปฏิบัติตามจริยธรรมของวิชาอาชีพ ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งความเกลียดชัง เรารับฟังผู้ชุมนุม ขอบคุณที่ชุมนุมอย่างสงบ เราไม่ได้มองเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่เราไม่สนับสนุนจาบจ้วงสถาบัน และยืนยันว่า เรา ยึดมั่นใจการปกป้องสถาบันหลักของประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตระกูล ตน รับใช้ประเทศชาติมานานกว่า 300 ปี เลือดทุกหยดในตัวก็เพื่อสามเสาหลักของประเทศ ดังนั้นการปล่อยข่าวลือ ข่าวปลอม ข่าวเท็จที่ใส่ร้ายป้ายสีเราว่า เราเปลี่ยนอุดมการณ์ เราถูกทุนการเมืองครอบงำ ล้วนเป็นเพียงการดิสเครดิต หวังทำลายองค์กรเราจากผู้ไม่หวังดี และ เป็นการกลั่นแกล้งทางธุรกิจประธานกรรมการบริหารเครือเนชั่น ยังกล่าวด้วยว่า เรา กำลังทรานฟอร์มเข้าสู่ออนไลน์ตามโมเดลธุรกิจตามที่วางไว้ จะต้องนำคอนเทนท์ออกสู่แพลตฟอร์มต่างๆ ส่วนแบรนด์ต่างๆของเนชั่นยังเหมือนเดิม แต่เรตติ้งต้องมากับความรับผิดชอบของสังคม ถ้าเรตติ้งสูง แต่หากไม่มีความรับผิดชอบก็ไม่มีประโยชน์