ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้กระทบต่อโครงสร้างของชุมชนโดยตรง เมื่อโครงสร้างของชุมชนถูกทำลาย การล่มสลายจึงเกิดขึ้นกับชุมชนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตและวัฒนธรรม ซึ่งตัวชี้วัดของความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเป็นรูปธรรมและง่ายต่อความเข้าใจ คือ สภาวะน้ำท่วมที่ผิดแผกไปจากอดีตที่เคยมีเคยเป็น ภาวะน้ำท่วมอันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของรัฐแตกต่างจากการท่วมที่เป็นไปตามกลไกธรรมชาติอย่างในอดีตโดยสิ้นเชิง น้ำหลากที่เกิดจากธรรมชาติ ชาวลุ่มน้ำสามารถปรับตัวให้สอดคล้องอยู่ได้ สามารถคาดคะเนหรือคาดการณ์การมาของน้ำจนถึงขั้น "จับชีพจรน้ำ" ได้ แต่ภาวะน้ำท่วมอันเป็นผลมาจากโครงการพัฒนาของรัฐเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ชาวบ้านมิอาจปรับตัวให้กลมกลืนหรือยังชีพอย่างปกติสุขได้
การลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ของเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร เป็นอีกปรากฏการณ์เพื่ออยากให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอ คือ 1.ให้เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพรและเขื่อนธาตุน้อย 2.ให้ดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูวิถีชีวิต อาชีพ เศรษฐกิจและระบบนิเวศ ซึ่งเป็นข้อเรียกเรียกของเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างมาตั้งแต่ปี 2552 เป็นระยะเวลา 11 ปีแล้ว จากข้อเรียกร้องทำให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการสร้างฝายร้อยเอ็ด ฝายยโสธร-พนมไพรและฝายธาตุน้อย ขึ้นมา และแต่งตั้งอนุกรรมการแก้ไขปัญหาขึ้นมาอีก 4 ชุด ประกอบด้วย 1.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด ฝายยโสธร-พนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด 2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายยโสธร-พนมไพร จังหวัดยโสธร 3.แต่งตั้งอนุกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมจากโครงการฝายร้อยเอ็ด ฝายยโสธร-พนมไพร และฝายธาตุน้อย 4.แต่งตั้งอนุกรรมการศึกษาหลักเกณ์เพื่อกำหนดกรอบและแนวทางการชดเชยความเสียหายหรือเยียวยาให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด โครงการฝายยโสธร-พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการของคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมจากโครงการฝายร้อยเอ็ด ฝายยโสธร-พนมไพร และฝายธาตุน้อย หรือ (Post EIA) ได้ดำเนินการศึกษาแล้วภายใต้กรอบระยะเวลา 300 วัน เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมานั้น และได้มีข้อสรุปชัดเจนดังนี้คือ 1.สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีเขื่อนและโครงสร้างของเขื่อนกีดขวางเส้นทางน้ำ 2.เกิดจากการบริหารจัดการน้ำ 3.ลักษณะทางภูมิศาสตร์ เป็นต้น กระบวนการแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอข้อเรียกร้องของเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง
เมื่อผลการศึกษาภายหลังการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย ลุ่มน้ำชีได้ดำเนินการสรุปการวางมาตรการในการแก้ไขปัญหาจึงเห็นทางออกในการแก้ไขปัญหาให้กับเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป การลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ของเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร เป็นเวลากว่า 11 ปีแล้ว กระบวนการแก้ไขปัญหาจะยังคงให้ชาวบ้านรอคอยอีกหรือไม่
ด้านนายจันทรา จันทาทอง อายุ 45 ปี เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาของชาวบ้านลุ่มน้ำชี ถือว่ารัฐควรแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเพราะปัญหาเกิดขึ้นหลังเขื่อนก่อสร้างเสร็จปี 43 ก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมาระยะยาว ชาวบ้านก็ได้เรียกร้องมา 11 ปีแล้ว และผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมจากโครงการฝายร้อยเอ็ด ฝายยโสธร-พนมไพร และฝายธาตุน้อย ก็มีข้อสรุปชัดเจนว่าต้นเหตุเกิดจากเขื่อนและโครงสร้างองค์ประกอบเขื่อนที่สร้างกีดขวางทางน้ำ ดังนั้นแล้วการแก้ไขปัญหาควรยึดตามาตรการของผลการศึกษาโดยเฉพาะ การเยียวยาให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร และเขื่อนธาตุน้อย ฟื้นฟูวิถีชีวิต และระบบนิเวศ ที่ผ่านมาเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ได้มีข้อเสนอคือ ให้เยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ให้จัดทำแผนฟื้นฟูฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร จึงทำให้มีรัฐบาลมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย ลุ่มน้ำชี และมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯขึ้นมาจำนวน ชุด มาตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมา และอยากเห็นกระบวนการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรม
ด้านนายนิมิต หาระพันธ์ อายุ 62 ปี เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร กล่าวว่า กระทั้งปัจจุบันทางรัฐบาลก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย ลุ่มน้ำชี กว่า 11 ปีแล้วที่รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงก็ยังไม่มีท่าทีที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้อง ข้อเสนอของเครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง ทั้ง ๆ ที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันดำรงตำแหน่งมา 7 ปีแล้ว แต่กระบวนการแก้ไขปัญหากลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไร กลับจะมีแผนนำเงินมาใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำในด้านต่าง ๆ อีกมากมายโดยไม่เคยสรุปบทเรียนและสร้างปัญหาใหม่ไปเรื่อย ๆ เปรียบเสมือนไม่สนใจปัญหาที่ชาวบ้านเรียกร้องปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อมายาวนาน ยิ่งสะท้อนให้เห็นความไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาเลย
ถือว่าเป็นบทเรียนการเคลื่อนไหวของเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ที่ยังดำเนินการเรียกร้องร้องให้รัฐเร่งรีบแก้ไขปัญหาที่เกิดจากนโยบายการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการโขง ชี มูลเดิม แต่ก็คงเป็นอีกก้าวแรกที่กระบวนการแก้ไขปัญหาเริ่มมองเห็นทิศทางร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะใช้ผลการศึกษาฯ มาร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกันของเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง.