บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (2-6 พ.ย. 63)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มได้รับแรงกดดัน จากกำลังการผลิตและการส่งออกน้ำมันดิบลิเบียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังบริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบียยกเลิกภาวะเหตุสุดวิสัย ทำให้ลิเบียสามารถกลับมาดำเนินการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบได้อีกครั้ง ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงโดยเฉพาะทวีปยุโรป อย่างไรก็ตาม ราคาได้รับแรงหนุนจากการถล่มของพายุเฮอริเคนซีต้าในอ่าวเม็กซิโก ทำให้การขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว นอกจากนั้น ในสัปดาห์นี้ตลาดควรจับตาผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งจะมีผลต่อนโยบายด้านพลังงานสหรัฐฯ และคาดว่าจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
1.การผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย (Libyas National Oil Corp, NOC) ประกาศยกเลิกภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) หลังกองกำลังยึดท่าส่งออกและหลุมน้ำมันดิบ ทำให้ต้องหยุดการส่งออกน้ำมันราว 8 เดือนที่ผ่านมา โดย NOC คาดการณ์ว่าจะสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ราว 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใน 2 สัปดาห์และมีแนวโน้มแตะระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใน 4 สัปดาห์ หลังจากที่ได้มีการยกเลิก Force Majeure ที่ท่าเรือส่งออกขนาดใหญ่ Es Sider และ Ras Lanuf
2.ความต้องการใช้น้ำมันยังคงถูกกดดันจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งผู้ติดเชื้อทั่วโลกแตะระดับมากกว่า 42 ล้านคนและมียอดผู้เสียชิวิตกว่า 1 ล้านคน โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาที่มียอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มสูงมาก ทำให้หลายประเทศ อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี และรัสเซีย ต้องดำเนินมาตราการล็อคดาวน์อีกครั้งเพื่อลดการแพร่ระบาด