ขณะเดียวกัน ทีมงานยังได้รับคำแนะนำจาก อ.ลอย ชุนพงษ์ทอง ที่ปรึกษาการคำนวณปฏิทินหลวง สำนักพระราชวัง เพื่อนำความรู้เชิงดาราศาสตร์มาอธิบายให้ได้เข้าใจว่า ถ้าเราคำนวณคณิตเชิงดาราศาสตร์เชิงลึกแล้ว จะพบว่าพระพักตร์ที่ออกมาในวันที่ 21 ม.ย.จะมีพระพักตร์ที่ก้มมากเกินไป ทำให้เงาที่ปรากฎไม่สวยงาม
ชิ้นงานนี้ จึงยังต้องถูกปรับปรุง เป็นรอบที่ 2 เพื่อเกิดเป็นประติมากรรมแสงที่สมบูรณ์ที่สุด โดยการสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่าย ทำให้การปรับแต่งมีความละเอียด ได้ตำแหน่งแสงจากดวงอาทิตย์ในองศาที่แตกต่างกันอย่างเที่ยงตรงที่สุด เมื่อบวกกับการคำนวณทำให้เราทราบว่า แต่เราก็ยังจำเป็นต้องปรับปรุงกลไกการหมุนชิ้นงานนี้
ผศ.กานต์ คำแก้ว อาจารย์ประจำ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายเสริมว่า เมื่อต้องแก้ไขกลไกการหมุน ให้เป็นระบบอัตโนมัติที่มีความสมบูรณ์แบบแล้ว เราจึงขอความร่วมมือจากคณะวิศวกรรมเครื่องกล แต่ไม่เชิงว่า เป็นการขอความร่วมมือเพราะทุกฝ่ายพร้อมเข้ามาร่วมสนับสนุนกันมาแล้วตั้งแต่เริ่มโครงการ กระทั่งการหมุนชิ้นงานนี้ มีกลไกที่ช่วยให้งานประติกรรมแสงมีความสมบูรณ์
งานชิ้นนี้ ไม่ได้ทำเพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่านเท่านั้น แต่เรายังได้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง ที่เข้าให้ความร่วมมือ โดยไม่มีเรื่องเงินหรืองบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องเลย เพราะทุกคนยินดีที่จะทำด้วยใจ
เราใช้แสงพระอาทิตย์ พาพระองค์จากสวรรค์ กลับมาปรากฎที่โลกมนุษย์อีกครั้ง และเป็นภาพพระพักตร์ของพระองค์ที่ยิ้มให้เราในเวลา 15.52 น.ซึ่งเคยเป็นเวลาที่คนไทยเสียใจที่สุดกันทั้งประเทศ การที่พระองค์ปรากฎตัวและยิ้มแบบนั้น ทำให้เรามีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป หลังงานพระราชพิธี ก็จะมีสัญลักษณ์ของพระองค์ปรากฎอีก การที่เราได้สร้างงานประติมากรรมแสงชิ้นนี้ จะทำให้คนไทยไม่ลืมพระองค์
ไม่ว่าคนไทย คนไหนที่มาคณะสถาปัตยฯ ในช่วงเวลา 15.52 น.ไม่ว่าวันไหน เดือนไหน หรือปีใดก็ตาม ถ้ายังมีแสดงอาทิตย์ พวกเราก็ยังเห็นพระองค์อยู่กับเราคนไทยตลอดไป