ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงกรณีครูทำร้ายเด็กนักเรียนที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดว่า "การศึกษาไทยเกิดภาวะฝีแตก" เกิดปรากฏการณ์ผลทางลบหรือของเสีย กับสิ่งที่กระทำกับเด็ก ก็จะปะทุออกมาอย่างที่เห็นตามหน้าข่าวในทุกวันนี้ เพราะโครงสร้างกับระบบการศึกษาไทย ไม่ได้ยึดถือเรื่องเด็ก หรือผลประโยชน์ของเด็กเป็นสิ่งสำคัญ
แต่เป็นโครงสร้างที่ยึดโยงระบบอำนาจ กับเรื่องความรุนแรง โดยเฉพาะภาคเอกชน จะมีบางส่วนไปยึดโยงกับเรื่องของผลประโยชน์ เรื่องค่าตอบแทน เรื่องกำไรและขาดทุน เพราะฉะนั้นระบบการศึกษาไทยขณะนี้จะเห็นว่า มีการปล่อยทิ้งเด็กเอาไว้จำนวนมาก ถ้าลองไปตรวจสอบไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงเรียนในคลิปวิดีโอจังหวัดนนทบุรีที่เดียวอย่างแน่นอน แต่มีเกิดขึ้นอีกหลายโรงเรียนเพียงแต่ไม่เป็นข่าว เพราะฉะนั้นระบบการติดตามตรวจสอบ การนิเทศบกพร่องหายไป โครงสร้างระบบการศึกษาไทย ถึงขั้นวิกฤตและเลวร้ายมาก
ศ.ดร.สมพงษ์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬา ยังบอกอีกว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อเตือนใจให้กับผู้ปกครอง ไม่ได้มองที่คุณภาพดีและราคาค่าเทอมของโรงเรียนที่แพงอีกต่อไป มุมกลับกันที่ผู้ปกครองต้องทบทวนกับการตั้งคำถามระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะในการศึกษาปฐมวัย เด็กที่เพิ่งเข้าโรงเรียน 1-2 อาทิตย์แรก ไม่อยากไปโรงเรียน เพราะต้องมีการปรับตัวจากบ้านไปสู่โรงเรียน ไปเจอคนแปลกหน้า ครู กับกลุ่มคนที่ไม่คุ้นเคย ที่ไม่ใช่พ่อแม่ เป็นธรรมชาติของเด็ก
แต่ถ้าหลัง 2 อาทิตย์เป็นต้นไป ถ้าลูกยังไม่อยากไปโรงเรียนและลูกเกิดอาการผวามีรอยช้ำ พฤติกรรมเปลี่ยนไปผิดสังเกต ต้องตรวจสอบแล้ว อย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี ต้องชมผู้ปกครองโรงเรียนนี้ที่มีการสังเกตลูกหลาน และตามขอดูกล้องวงจรปิด ถือว่าเอาใจใส่ลูกดีมาก