ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว ได้ระบุข้อความไว้ดังนี้......
#ความดีของสถาบันคือสิ่งที่พวกเขาจะไม่มีวันพูดถึง
ความดีของสถาบันฯ มีมากมาย แต่พวกเขาเลือกที่จะไม่พูดถึง ในทางตรงกันข้าม พวกเขากลับเลือกที่จะบิดเบือน ใส่ร้าย ลบล้าง และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่พวกเขาได้ประโยชน์ขึ้นมาแทนที่
การที่นายธนาธรประกาศจะทำธุรกิจนมแพะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ความดีของสถาบันฯ ที่เคยส่งเสริมการเลี้ยงแพะนมให้กับชาวบ้านมาก่อน นายธนาธรจะไม่มีวันพูดถึง ไม่ใช่แค่เพียงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะนม แต่ยังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนมากมาย ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนทั่วทั้งประเทศ
เพราะสถาบันฯ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นสิ่งที่สถาบันฯ ทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง จึงมีแต่เพียงการทำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนของพระองค์ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริจำนวนมากมาย ถ้าสถาบันฯ อยู่เหนือรัฐธรรมนูญและเห็นคนเป็นฝุ่นอย่างที่พวกเขาใส่ร้ายกัน จะทรงงานเหล่านี้ให้เหนื่อยยากไปเพื่ออะไร? อยู่เฉยๆไม่ดีกว่าหรือ? ในปัจจุบันที่ทั่วทั้งโลกประสบกับปัญหาโควิด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงจัดหาเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์จำนวนมากแจกจายไปยังทั่วประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงไม่พูดกันบ้าง? กลับเอาแต่พูดในสิ่งที่เป็นข้อกล่าวหาลอยๆบิดเบือนให้ร้ายโดยส่วนเดียว? ทั้งหมดเพื่ออะไร? ความดีของสถาบันฯ มากมายกลับมองไม่เห็น หรือเห็นก็บอกว่าโฆษณาชวนเชื่อ ถามหน่อยเถอะโฆษณาชวนเชื่อ ทำไมต้องทำอะไรมากมายถึงขนาดนี้? อะไรคือสิ่งที่เป็นโฆษณาชวนเชื่อจริงๆ ก็คงต้องถามเด็กหนุ่มอายุ 41 ขวบ ที่มีแต่การสร้างภาพจอมปลอม สร้างภาพในต่างประเทศเอามาหลอกคนในประเทศ อุปโลกน์ว่าตัวเองเป็นหัวหน้าฝ่ายค้านกับสื่อต่างประเทศมาจนถึงปัจจุบันนี้
ทั้งๆที่หัวหน้าฝ่ายค้านตัวจริง คือ คุณคุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ตั้งแต่ 21 ส.ค. 62 ใครกันนะที่อยู่ได้ด้วยกระแสโซเชียลมีเดียจากการอัดฉีดเงินทุนจำนวนมาก สร้างภาพโกหกประชาชน ปั่นกระแสสร้างภาพให้ตัวเองดูดี ปั่นกระแสยัดเยียดภาพลักษณ์แย่ๆให้กับคนอื่น ยัดเยียดความขัดแย้งและความแตกแยกให้กับสังคม ปลุกระดมมวลชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ชี้นิ้วสั่งม็อบให้สู้ไม่ต่างจากไพร่และทาสไม่นึกเลยว่าคนที่บิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีสถาบันฯ ว่าโฆษณาชวนเชื่อ
แต่เขาเองกลับใช้การโฆษณาชวนเชื่อ ใช้โซเชียลมีเดียสร้างภาพจอมปลอมบนคุณงามความดีของสถาบันฯ แถมยังเอาชื่อแบรนด์ของชาวบ้านมาดัดแปลงเพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างชื่อแบรนด์ของตัวเองอีก
ดร.ศุภณัฐ
25 กันยายน พ.ศ. 2563